LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5) header
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5) profile picture

INTUITIVE WRITER | นักเขียนตามสะดวกที่มีโลกส่วนตัวหลายใบ #ปีศาจบ้านท้ายซอย #ZenTourabu | Fluff & Fantasy | วาดฝันถึง Functional Democracy

Joined August 2018
Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)Photo by LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก (@QuantumK5)
ส่งต่อหนังสือมือสองที่ไม่ได้อ่านแล้วค่ะ ดูเพิ่มเติมได้ใน Reshelf หรือจะทักทางนี้ก็ได้ฮะ นิยายแปลจีน - ยอดนางร้ายมืออาชีพ (5 เล่มจบ) สภาพเหมือนใหม่ รวมส่ง 1,600 (จากราคาเต็ม 2,150) #หนังสือมือสอง #นิยายมือสอง #ส่งต่อหนังสือมือสอง #หนังสือมือสองสภาพดี reshelf.xyz/books/6ac645c58c…
2
2
372
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
เคยเจอเหตุการณ์ไหนที่ทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีคนใจดีอยู่เยอะเลยบ้าง? มาแชร์ความน่ารักกัน 💓
2
30
11
32
10,897
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
อีก1 ผลงานของ รบ.เผด็จการ คสช. “ปลดล็อคการตั้งโรงงายในปราจีนบุรี” และ การที่ทำให้ไทยเป็นถังขยะโลก ก็ผลงาน คสช.เช่นกัน
11
637
14
478
17,635
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
เสียไปเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้กับคำว่า ไม่อ่านคือพลาด แต่พอลองอ่านจริง ๆ สิ่งที่พลาดคือการที่ซื้อมาอ่านเนี่ยแหละ
หนังสืออ่านหาสไตล์ตัวเองดีกว่า อย่าอ่านตามคนในเน็ตเลย เลือกหนังสือต้องใช้เวลานะ
1
3,883
39
2,274
93,853
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
นอกเรื่องได้ไหม ทำไมสนพ.เดี๋ยวนี้พรูฟอักษรไม่ค่อยถูกกันเลย อย่างคำว่าคำแสลง (สะ+แหลง) จริงๆต้องเขียนว่า คำสแลง (สะ+แลง) มันทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ slang อะ 😔 เวลาเขียนทับศัพท์ต้องเอา ส วางหน้า แ เพราะถ้าไว้ด้วยกันกับ ล มันจะทำให้ ล มีเสียง ห นำทันที เช่น เสน่ห์ = สะ + เหน่ ไม่ใช่ สะ + เน่ เพราะ ส อยู่หลัง เ อีกอย่าง คำว่าแสลง ที่เขียนแบบนี้ก็มีความหมายในตัวเอง แปลว่าของที่ควรงดบริโภคช่วงที่ร่างกายกำลังป่วยงี้
( ˶°ㅁ°) !! ขุ่นพระ สารบัญในเล่มเธียรจีนเป็นสายรฟฟ ฮือออออออออออ ใครที่ยังลังเล เก็บเล่มกันเถอะค่ะ มันสวยมาก ด้อมกุ้งเชื่อผมได้ #สถานะต่อไปไม่โสด
1
93
131
14,725
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
เป็นคนไทย "เหนื่อย" (ไม่หน่อย) มาตามการเมืองกันนะ อย่าให้แพ้กระแส #บุ๋มปนัดดา ไม่ต้องรอให้สื่อมานำกระแส แต่เราสร้างกระแสการเมือง ร่วมเกาะติดไปด้วยกันครับ ในภาพยังไม่หมดทุกคดีเลย เพราะ #การเมืองไทย ดีงามจัด ใครสนใจเรื่องไหน เกาะไปดวยกัน อย่ายอมแพ้ และอย่าหยุดเผือกครับ #ตุ๊ดส์review ====== FACEBOOK POST : facebook.com/photo/?fbid=171… ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : facebook.com/tootsyreview/ teapawt.org/tootsyreview threads.net/@tootsyreview/ instagram.com/tootsyreview/ youtube.com/@tootsyreview tiktok.com/@tootsy_review lemon8-app.com/tootsyreview
10
1,093
12
1,023
20,640
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
แม้ เไ ตะบุกตลาดติ้กเก้อ/ธีมไลน์จนล้นไปหม้ด ตัวเราก็ยังคงผลิตงานมือต่อไป 🫠🫶🏻 ก็คือทำมาเยอะใช้ได้ 5555555
8
285
1
397
11,257
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
เคยลองคิดว่าหากวันหนึ่งอินเตอร์เนตล่มทั่วโลกสัก 3-4 วัน ล่มแบบใช้ไม่ได้เลยจะเป็นยังไง - จ่ายเงินออนไลน์ไม่ได้ ร้านค้าเขียนบิลแทน - โทรหากันทางเบอร์โทรเท่านั้น - ระบบเดลิเวอร์รี่น่าจะยากเลย ยกเว้นโทรสั่ง - ขับรถอาจต้องดูป้าย แทนระบบนำทาง - การเดินทางด้วยเครื่องบินอาจล่าช้า - สายงาน social / digital marketing / IT คงกระทบหนัก - ตลาดหุ้นซื้อขายไม่ได้ ระบบธนาคารหยุดชะงัก - ระบบโรงพยาบาลมีปัญหา สรุปโลกเดินทางมาถึงจุดที่เราขาดมันไม่ได้แล้วจริงๆ จะเป็นยังไงต่อนะ
โลกเรากำลังจะเกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมต่างประเทศเขาจึงแจ้งเดือนให้ประชาชนเตรียมเสบียง3-7 วัน ตอนนี้มี 17 ประเทศล่ะ แล้วสงครามไซเบอร์มันจะโจมตีทั่วโลกมั้ย หรือ มันไม่เกี่ยวกับไทย รฐบ นิ่งเชียว..🙂‍↔️
8
4,261
34
2,676
125,400
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
#刀剣乱舞 実休光忠
248
3
1,860
14,872
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
นอนไม่หลับ เลยไปหาข้อมูลมาว่าทำไมหลายประเทศทั่วโลกออกคำแนะนำหรือแคมเปญให้ประชาชนสำรองเสบียงฉุกเฉิน (โดยทั่วไปให้พอดีอย่างน้อย 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันขึ้นไป) ไม่ใช่เพราะกำลังจะเกิดสงครามโลกหรือภาวะขาดแคลนอาหารกะทันหัน แต่เป็นเพราะ "ยุทธศาสตร์สร้างความเข้มแข็งของพลเรือน" (Civil Resilience) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ ➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖ 📌 โดยสาเหตุหลักที่รัฐบาลแนะนำให้สำรองเสบียง 🔸ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงคราม: ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยืดเยื้อ ทำให้รัฐบาลต้องวางแผนสำรองเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจลุกลามต่อห่วงโซ่อุปทาน 🔸 การโจมตีทางไซเบอร์: ความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา หรือระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์และธนาคารที่อาจถูกเจาะระบบหรือหยุดชะงักชั่วคราว 🔸 ภัยพิบัติทางธรรมชาติและสภาพอากาศสุดขั้ว: ปัญหาพายุรุนแรง น้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว หรือคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การขนส่งและระบบสาธารณูปโภคตัดขาด 🔸ลดภาระหน่วยงานกู้ภัยใน 72 ชั่วโมงแรก: ในช่วง 3 วันแรกหลังเกิดเหตุฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่รัฐต้องทุ่มกำลังไปกับการดับเพลิง ค้นหาผู้รอดชีวิต และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก หรือผู้สูงอายุ) ก่อนเป็นอันดับแรก การที่ประชาชนพึ่งพาตัวเองได้จึงช่วยลดภาระระบบช่วยเหลือ ➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖ 📌 และนี่คือสิ่งของที่ควรเตรียมสำหรับ 72 ชั่วโมงแรก (Emergency Kit) 🔸 น้ำดื่มสะอาด: คำนวณประมาณ 3–4 ลิตรต่อคนต่อวัน (รวมดื่มและสุขอนามัย) หรืออย่างน้อย 9–12 ลิตรต่อคนสำหรับ 3 วัน 🔸 อาหารที่เก็บได้นาน: เช่น อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถั่ว หรือโปรตีนบาร์ ที่กินได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือการปรุงสุก 🔸 ยาและอุปกรณ์ปฐมพยาบาล: ยาประจำตัว, ยาแก้ปวด, ยาแก้แพ้ และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น 🔸 อุปกรณ์สื่อสารและให้แสงสว่าง: ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง, พาวเวอร์แบงก์ที่ชาร์จเต็ม 🔸 เงินสด: เผื่อกรณีเครื่องเอทีเอ็มหรือระบบสแกนจ่ายใช้งานไม่ได้ 🔸 เอกสารสำคัญ: สำเนาบัตรประชาชน พาสปอร์ต และเบอร์โทรฉุกเฉินใส่ซองกันน้ำ ➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖ เอาจริงแม่มองว่ามันก็ไม่มีอะไรเสียหายนะ อย่างน้อยถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ เราก็สามารถรับมือได้ทันด้วย ตอนนี้โลกมีภัยหลายด้านมากจริงหล่ะ
4
2,708
15
2,150
170,260
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
คำทำนายที่ว่า "ระบบนอร์ดิกสุดท้ายจะพัง เพราะคนหมดไฟทำงาน โดนภาษีเอาไปหมด และเอกชนต้นทุนสูงจนแข่งขันไม่ได้" น่าจะพูดมาตั้งแต่ยุค 1970 แล้วนะเนี่ย ความจริงคือ สวีเดนเคยเจอปัญหานั้นตอนช่วงปี 1970–1980 จริงครับ แต่หลังจากวิกฤตปี 1990 กลุ่มประเทศนอร์ดิกเขา "อัปแพตช์ใหม่" เรียบร้อย ถ้าเรากางตัวเลขทางเศรษฐกิจจริงในปัจจุบันมาเทียบกับประเทศทุนนิยมสุดโต่งอย่าง สหรัฐอเมริกา ผลมันออกมาน่าดูเลยทีเดียว ก่อนอื่นต้องตอบคำถามแรกที่ว่า สวัสดิการทำให้เอกชนแข่งขันยากจริงไหม? คนมักคิดว่าสวัสดิการทำให้คนขี้เกียจสร้างธุรกิจ แต่ตัวเลขจริงคือ... สวีเดน (ที่มีประชากรแค่ 10.5 ล้านคน) คือประเทศที่สร้าง Unicorn (สตาร์ทอัพมูลค่าเกินพันล้านดอลลาร์) ต่อหัวประชากรสูงเป็น อันดับ 2 ของโลก (เป็นรองแค่ Silicon Valley) ทั้ง Spotify, Skype, Klarna, Minecraft, IKEA, Volvo ส่วน เดนมาร์ก ก็มีบริษัทยาที่มูลค่าสูงที่สุดในยุโรปอย่าง Novo Nordisk, Maersk และ LEGO ดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index โดย WIPO) สวีเดนครองอันดับ 2 ของโลก ชนะสหรัฐอเมริกาที่อยู่อันดับ 3 ขีดความสามารถในการแข่งขันของโลก (IMD World Competitiveness) เดนมาร์กและสวีเดนติด Top 10 ของโลก การเลื่อนชนชั้นทางสังคม (WEF Global Social Mobility Index) ถ้าคุณขยันทำงาน โอกาสสร้างตัวเปลี่ยนฐานะการเงินใน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน คืออันดับ 1–4 ของโลก ในขณะที่ประเทศทุนนิยมจ๋าอย่าง สหรัฐอเมริกา หล่นไปอยู่อันดับ 27 ของโลก ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ก็เพราะการมี Safety Net ที่แข็งแกร่ง ทำให้คนเก่ง ๆ กล้าเสี่ยง กล้าลาออกมาสร้างนวัตกรรมระดับโลก โดยไม่ต้องกลัวว่าถ้าทำธุรกิจเจ๊งแล้วลูกจะไม่มีที่เรียน หรือพ่อแม่จะไม่มีหมอรักษา ต่างจากระบบทุนนิยมสุดโต่งที่คนไม่กล้าล้มเพราะล้มแล้วตายเลย หลายคนเข้าใจผิดว่าภาษีนอร์ดิกแพง แปลว่าบริษัทเอกชนต้องโดนรีดภาษีจนต้นทุนสูง เอาล่ะ งั้นมาดูตัวเลขจริงครับ Corporate Income Tax สวีเดน: 20.6% ฟินแลนด์: 20.0% เดนมาร์ก / นอร์เวย์: 22.0% ประเทศไทย: 20.0% สหรัฐอเมริกา (รวมภาษีรัฐบาลกลาง+มลรัฐ): ~25% – 28%! นอร์ดิกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและ VAT สูงครับ แต่เก็บภาษีบริษัทเอกชนในอัตราที่ต่ำกว่าอเมริกา และพอ ๆ กับไทย เพื่อไม่ให้ไปถ่วงต้นทุนการแข่งขันของเอกชน ที่สำคัญ ในสหรัฐอเมริกาบริษัทเอกชนต้องแบกต้นทุนจ่ายค่าประกันสุขภาพให้พนักงานเฉลี่ยคนละ $16,000 – $24,000 ต่อปี (ราว 5.5 – 8 แสนบาท/คน/ปี) แต่ในนอร์ดิก เอกชนไม่ต้องแบกภาระค่ารักษาพยาบาลตรงนี้เลยเพราะรัฐดูแลให้หมด และได้แรงงานที่การศึกษาสูง สุขภาพจิตดี ทำให้ Productivity ต่อชั่วโมงสูงติดท็อปโลก ถ้าสวัสดิการทำให้คนไม่อยากทำงานจริง อัตราคนทำงานในนอร์ดิกต้องต่ำกว่าอเมริกาใช่ไหมครับ? แต่ดูตัวเลขจาก OECD (ประชากรวัยทำงาน 15–64 ปี) ล่าสุดครับ: อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate) กลุ่มนอร์ดิก (ไอซ์แลนด์, สวีเดน, เดนมาร์ก, นอร์เวย์) สูงถึง 78% (อัตราการมีงานทำจริง ~73%) สหรัฐอเมริกา (ทุนนิยมสุดโต่ง) อยู่ที่ ~61% (อัตราการมีงานทำจริง ~59%) ทำไมคนนอร์ดิกถึงทำงานเยอะกว่าอเมริกา 23% ได้ล่ะ? ก็เพราะเขามีศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อนของรัฐที่ดีมาก ทำให้ผู้หญิงกว่า 80% ไม่ต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน นอร์ดิกเปลี่ยนจากสวัสดิการแบบให้เปล่า มาเป็นระบบ Workfare คือเวลาคุณตกงาน รัฐจ่ายเงินชดเชยให้สูงจริง (70–80% ของเงินเดือนเดิมเพื่อไม่ให้ครอบครัวพัง) แต่ห้ามนอนดูซีรี่ย์เอไอแนวตั้งอยู่บ้านนะ! รัฐจะบังคับให้คุณต้องเข้าคอร์ส Reskill ฟรีตามที่ตลาดต้องการ ต้องส่งการบ้านว่ายื่นสมัครงานไปกี่ที่ในแต่ละสัปดาห์ และต้องไปสัมภาษณ์งานตามที่ศูนย์จัดหางานจับคู่ให้ ถ้าใครอู้ ไม่ยอมไปเรียน หรือปฏิเสธงานที่หามาให้ รัฐจะสั่งตัดเงินช่วยเหลือทันที คนจึงไม่ขี้เกียจ แถมแรงงานทั้งประเทศถูกอัปสกิลใหม่ตลอดเวลา คำทำนายว่านอร์ดิกจะพังเพราะจ่ายสวัสดิการจนถังแตก ลองกางตัวเลข หนี้สาธารณะต่อ GDP เทียบกันดูครับ เดนมาร์ก: หนี้สาธารณะแค่ ~26% – 27% ของ GDP สวีเดน: หนี้สาธารณะแค่ ~32% – 36% ของ GDP นอร์เวย์: มีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าทะลุ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 80 ล้านล้านบาท) ประเทศไทย: หนี้สาธารณะ ~65% – 68% ของ GDP สหรัฐอเมริกา (ทุนนิยมสุดโต่ง): หนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 120%+ ของ GDP! แน่นอนว่ากลุ่มนอร์ดิกไม่ใช่ไม่มีปัญหาครับ ปัจจุบันเขาก็มีโจทย์ใหม่เรื่อง "สังคมสูงอายุ" และ "การรับผู้อพยพ" (ที่ทักษะและภาษายังไม่ตรงกับตลาดงานขั้นสูงของเขา) ซึ่งเขาก็กำลังปรับนโยบายแก้กันอยู่ แต่ถ้าวัดกันด้วยตัวเลขเศรษฐกิจจริงในศตวรรษที่ 21 คำทำนายที่ว่า มีรัฐสวัสดิการแล้วคนจะขี้เกียจ เอกชนจะพัง สู้ทุนนิยมเพียวๆ ไม่ได้นั้น ถูกตัวเลขจริงของทั้งอัตราการมีงานทำ จำนวนสตาร์ทอัพ ดัชนีการแข่งขัน และวินัยทางการคลังของกลุ่มนอร์ดิก หักล้างไปจนหมดสิ้นแล้ว
สุดท้ายระบบแบบนอร์ดิกก็จะพังลง เพราะกลับไปในข้อที่ถ้าสวัสดิการไม่คุ้ม ก็ลดแรงจูงใจในการทำงาน การทำงานเพิ่มไม่ได้ทำให้ฐานะทางการเงินดีขึ้น โดนภาษีเอาไปหมด ต้นทุนเอกชนจะสูงตาม การแข่งขันยาก
11
1,613
27
1,390
99,033
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
โอ้โห ผัวประเสริฐมาก คือไม่รู้จะเอาคำไหนมาชม5555555 มีผู้ชายญี่ปุ่นคนนึงเล่าว่า คบกับแฟนมา 5 ปี และคิดมาตลอดว่าตัวเองเข้าใจเรื่องประจำเดือนของผู้หญิงพอสมควร จนวันนึงได้เห็นกับตาตัวเอง แล้วถึงรู้ว่าจริง ๆ เขาแทบไม่รู้อะไรเลย เขารู้อยู่แล้วว่าเวลาแฟนมีประจำเดือนจะใช้ผ้าอนามัยแบบสอด และเคยเห็นแฟนเข้าไปจัดการในห้องน้ำหลังกลับจากทำงานอยู่หลายครั้ง วันนึงด้วยความสงสัย เขาเลยถามแฟนตรง ๆ ว่า ขอดูตอนเอาผ้าอนามัยแบบสอดออกได้ไหม อยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วร่างกายแฟนต้องเจอกับอะไรบ้าง ตอนแรกแฟนก็ลังเลและถามย้ำหลายรอบว่า จะดูจริงเหรอ มันค่อนข้างไม่น่าดูนะ แต่พอเห็นว่าเขาถามจริงจัง ไม่ได้อยากดูเพราะเอาไปล้อหรือทำเป็นเรื่องตลก เธอเลยยอม เขาเลยลงไปนั่งแช่อยู่ในอ่าง แล้วปล่อยให้แฟนจัดการตามปกติ ก่อนเริ่มแฟนยังถามอีกว่า แน่ใจนะว่าไม่รู้สึกขยะแขยง ตอนนั้นเขาก็ตอบไปว่าไม่เป็นไร เพราะคิดว่าตัวเองเข้าใจเรื่องประจำเดือนอยู่แล้ว แต่พอเห็นของจริง เขาถึงกับนิ่งไปเลย ตอนที่แฟนเอาผ้าอนามัยแบบสอดออก มีเลือดหยดลงบนพื้น แล้วตามมาด้วย ก้อนสีแดงคล้ำเกือบดำ ลักษณะคล้ายตับ เขาบอกว่าแค่เห็นก้อนนั้นก็ชะงักทันที แล้วถามแฟนว่า ก้อนที่เหมือนตับเมื่อกี้คืออะไร แฟนเลยอธิบายให้ฟังว่า มันคือสิ่งที่หลุดออกมาพร้อมประจำเดือน และความเจ็บที่เกิดขึ้นตอนมีประจำเดือนก็มาจากกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในร่างกายนี่แหละ เขาได้ยินแล้วถึงกับถามกลับทันทีว่า แล้วมันไม่เจ็บเหรอ แฟนตอบว่า เจ็บสิ นั่นแหละคืออาการปวดประจำเดือน เขาบอกว่า ที่ผ่านมาตัวเองไม่ได้มีอคติกับเรื่องประจำเดือนเลย และยังเคยคิดด้วยซ้ำว่า ผู้หญิงต้องเจอแบบนี้ทุกเดือนคงเหนื่อยน่าดู เรื่องปวดประจำเดือนก็เคยได้ยินมาตลอด แต่สิ่งที่เขาเข้าใจมีแค่ประมาณว่า คงปวดท้องมาก เขาไม่เคยเห็นจริง ๆ ว่าเวลามีประจำเดือน ร่างกายสามารถมีทั้งเลือดและก้อนเลือดหรือเนื้อเยื่อออกมาได้ ภาพพื้นห้องน้ำที่มีเลือด รวมถึงก้อนสีแดงคล้ำที่เห็นในวันนั้น เลยติดอยู่ในหัวเขามาตลอด และทำให้เขารู้สึกว่า ที่ผ่านมา ตัวเองคิดว่าเข้าใจเรื่องประจำเดือน แต่จริง ๆ รู้เพียงผิวเผินมาก หลังจากวันนั้น เขาบอกว่ารู้สึกอยากดูแลและใส่ใจแฟนให้มากกว่าเดิม พร้อมกับเริ่มคิดว่า แล้วผู้ชายอีกกี่คนที่ยังเข้าใจเรื่องประจำเดือนเพียงแค่ว่า ผู้หญิงมีเลือดออกและปวดท้องเดือนละครั้ง เขามองว่า บางครั้งที่ผู้ชายทำเหมือนเรื่องประจำเดือนเป็นเรื่องเล็ก อาจไม่ได้เกิดจากตั้งใจไม่ใส่ใจ แต่อาจเป็นเพราะ ไม่เคยรู้จริง ๆ ว่าร่างกายผู้หญิงต้องเจอกับอะไรในช่วงนั้น และเพราะสิ่งที่เห็นวันนั้นทำให้เขาตกใจมาก เขาเลยเอาเรื่องนี้มาเขียนเล่า เพราะอยากให้ผู้ชายคนอื่นได้รู้มากขึ้นเหมือนกัน บางเรื่องเราคิดว่าเราเข้าใจมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นว่า สิ่งที่อีกคนต้องเจอจริง ๆ มันไม่เหมือนภาพที่เราเคยคิดไว้เลย #มินนี่แปลให้
生理に衝撃を受けた方
11
14,057
124
14,213
758,277
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
คนไทยไม่สนิทเรียกชื่อเล่น ถ้าสนิทจะเรียกชื่ิอจริง
ของไทยมันก็แอบแปลกๆกับการขอให้เรียกชือเล่น เพราะคนไทยยังไงก็เรียกชื่อเล่นกันเป็นปกติอยู่แล้วจะสนิทหรือไม่สนิท เราไม่มีแบบ คุณพรประภากินข้าวรึยังครับ
31
13,017
266
9,593
522,865
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
วันก่อนเหมือนจะมีหนุ่มมาจีบลูกสาวฉัน ผู้ชายเมสเสจมาว่า หากวันที่เขารู้สึกว่ามันหนัก(?) เขาขอเมสเสจไปคุยด้วยได้ไหม คุยกับเธอแล้วรู้สึกสบายใจจัง ลูกฉันตอบว่า ไม่ควรปรึกษากับคนที่ไม่มีวุฒิทางนี้(?) แนะนำให้โทรหาสายด่วนสุขภาพจิตหรือองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านนี้ดีกว่า ….. จบ 🥹
14
314
10
401
18,591
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
ประเด็นนี้วนมาอีกละ ขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว นี่เป็น LBTGQ+ ที่บริจาคเลือดมาตั้งแต่เป็นเก้งจนตอนนี้แต่งหญิงแล้วก็ยังสามารถบริจาคได้ ก่อนหน้านี้บริจาคตามศูนย์เคลื่อนที่ที่เขาไปรับเลือดในมหาลัย พอเริ่มทำงานก็บริจาคที่ตึกของออฟฟิศ แต่มีครั้งหนึ่งที่โดนแบล็กลิสต์จากระบบสภากาชาดเพราะงงกับฟอร์มอันเก่าของสภากาชาด ทำให้ติ๊กผิดจุด เจ้าหน้าที่ในจุดซักประวัติก็ไม่ฟัง แล้วเขาก็แบล็กลิสต์เราในระบบโดยไม่แจ้ง วันนั้นก็ไม่ได้ตรวจไปเลย เขาบอกแค่ว่าไม่รับเลือดจากกลุ่มชายรักชาย (ญ-ญ รับนะ) นี่ก็บอกว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยนะ เขาก็บอกไม่รับอย่างเดียว นี่ก็หน้าชาอยู่ทั้งๆที่บริจาคมาได้ตลอด ดูแลตัวเองดีมาตลอด ตอนนั้นแอบเคืองเจ้าหน้าที่อยู่ที่ไม่ฟังเหตุผล แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขาไม่ให้บริจาค นี่ก็ไม่บริจาค และไม่คิดจะบริจาคอีก แล้วพอเห็นประกาศของสภากาชาดว่าเลือดในคลังไม่พอใช้แต่ละรอบ ก็แอบมีสมน้ำหน้าอยู่ แต่เมื่อปีที่แล้ว มีโปรเจค #10velyDropsofLife ที่บ้านเบสเตนล์จัดขึ้น นี่เลยรู้สึกอยากจะบริจาคอีกรอบ เพราะมั่นใจตัวเองในเรื่องสุขภาพมาก แต่ก็กลัวว่าถ้าไปที่สภากาชาดแล้วเขาจะไล่กลับอีกหรือเปล่า ก็เลยโทรสอบถามสภากาชาด (1664) ถามเรื่องเงื่อนไขการบริจาคนี่แหละ บอกเขาไปตามตรงว่าเป็น LGBTQ+ แต่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ เคยใช้ฮอร์โมนแต่หยุดใช้มานาน 2-3 ปีแล้ว ถามเขาว่าบริจาคได้ไหม เขาก็เลยโอนสายไปให้คุยกับแพทย์ คำตอบของแพทย์คือ บริจาคได้ และจริงๆ ทางสภากาชาดไทยรับเลือด LGBTQ+ นะ แต่มีเงื่อนไขตามนี้ - ถ้าเคยทำหัตถการความงาม/ผ่าตัดเล็ก เว้นระยะ 4 เดือน - ถ้าเคยผ่าตัดใหญ่ เว้นระยะ 6 เดือน - ถ้าเคยมีเพศสัมพันธ์ เว้นระยะ 4 เดือน • ส่วนของนี่กรณีใช้ฮอร์โมน นี่ใช้แบบทานยา หมอให้เว้นระยะ 4 เดือน (แต่ถ้าใครใช้ฮอร์โมนแบบฉีด หมอให้เว้น 6 เดือน) ซึ่งพอโทรสอบถามเรียบร้อย นี่ก็เลยไปบริจาคเลือดเย็นวันนั้นเลย นี่บริจาคกับทางสภากาชาดที่ถนนอังรีดูนังต์โดยตรงเลย พอไปถึงก็เจอแจ็คพอตเลย ไอ้ที่โดนแบล็กลิสต์ในระบบนั่นแหละ หมอในจุดคัดกรองที่เขาซักประวัติเป็นคนบอกว่าในระบบมันโดนบล็อก เขาก็ถามว่ารอบก่อนหน้ามีปัญหาอะไรไหม นี่ก็เล่าไปตามตรงว่าไม่มี เพราะไม่ได้บริจาค แค่โดนไล่เพราะเป็นกรอกฟอร์มผิดแล้วจนท.บอกว่าเป็น ชายรักชาย เลยไล่กลับ หมอเขาก็แค่พยักหน้าแล้วบอกว่าฟอร์มแบบเก่าใช่ไหม นี่ก็เลยตอบว่า ใช่ เขาก็บอกว่าเข้าใจ ฟอร์มเก่ามันงงๆ คนเข้าใจผิดเยอะ ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้ฟอร์มใหม่แล้ว หลังจากนั้นหมอก็ช่วยปลดแบล็กลิสต์ให้ แล้วก็บอกว่าจริงๆ LQBTQ+ สามารถบริจาคเลือดได้นะ แต่มีเงื่อนไข(ตามที่บอกไปก่อนหน้านี้) หมอบอกด้วยซ้ำว่าอยากให้ชวนเพื่อนที่เป็น LGBTQ+ มาบริจาคเยอะๆ เพราะคนเขาใจผิดจากดราม่าปีก่อนๆเยอะว่าสภากาชาดไม่รับแบบเด็ดขาด ซึ่งจริงๆเขารับ แต่แค่เข้มงวดกว่าเพศอื่นนิดหน่อย ซึ่งนี่ขอคอนเฟิร์มว่าสามารถบริจาคได้จริง เพราะหลังจากนั้นก็บริจาคมาตลอดและไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการบริจาคเลย อยากให้คนที่อยากบริจาคเลือดจริงๆ ลองดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีแล้วไปบริจาคดู สำคัญ! อย่าโกหกหมอเวลาซักประวัติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนหนึ่งของปัญหานี้ก็เป็นเพราะสภากาชาดไม่เซ็ทมาตรฐานการคัดกรองให้เป็นไปในทางเดียวกันอะ เจ้าหน้าที่ในองค์กรควรมีมาตรฐานและแนวคิดไปทางเดียวกันทุกหน่วยงาน เพราะขนาดในสภากาชาดที่นี่บริจาคมาตลอด ยังเคยโดยจนท.ในจุดซักประวัติตั้งแง่ว่าเป็นสาวสองแล้วจะเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์อยู่เลย ส่วนตัวคิดว่าอคติของเจ้าหน้าที่ก็แอบเป็นปัญหาใหญ่อยู่นะ บริจาคล่าสุดก็เดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี่แหละ ยังบริจาคได้ปกติดี แต่ปัจจุบันนี่หยุดบริจาคแล้วเพราะเริ่มกลับมาใช้ฮอร์โมนอีกรอบ
คุณคนนี้เขามีเลือดที่หายากในคนไทย เป็นกรุ๊ป A negative ซึ่งโดยปกติแล้วคนที่มีเลือดกรุ๊ปหายากแบบนี้ สภากาชาดไทยจะส่งรถมารับบริจาคเลือดถึงบ้านเลย ซึ่งเขาก็บริจาคมาเรื่อย ๆ จนขึ้นมหาลัยแล้วมารู้ว่าเขาไม่รับบริจาคเลือดจากคนที่เป็น LGBTQ+ เขาก็เลยไม่ค่อยได้บริจาคแล้ว ที่น่าเศร้าคือมีวันนึง มีพ่อแม่ของน้องผญโพสต์ขอรับบริจาคเลือดกรุ๊ปนี้ เป็นเคสฉุกเฉินด้วย โทรถามเจ้าหน้าที่บอกว่าบริจาคได้ แต่พอไปถึงหน้างานแล้วเจ้าหน้าที่เห็นว่ารูปลักษณ์ภายนอกเป็น LGBTQ+ ก็ปฏิเสธการรับบริจาคทันที แล้วเจ้าของโพสต์เขาเสียใจมาก ๆ ที่ไม่สามารถบริจาคเลือดให้คนอื่นได้เพียงเพราะว่าเขาเป็นเกย์อะ อยากรู้ว่ามันไม่มีมาตรการอื่น ๆ เลยหรอ ในกรณีฉุกเฉินแบบนี้
7
2,024
33
921
110,242
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
โรคติดเชื้อลิสเทอเรีย คือการติดเชื้อร้ายแรงที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย อาการ บางคนมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด โดยมีอาการเช่น มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และปวดแสบกระเพาะอาหาร หากแบคทีเรียเข้าสู่ระบบประสาท อาจมีอาการแย่ลง. ปวดศีรษะ คอเคล็ด ชัก สูญเสียการทรงตัว และรับความรู้สึก สับสนหรือสับสนอาจเกิดขึ้นได้ ใครชอบกินเห็ดเข็มทองต้องระวังตัวและสังเกตตัวเองด้วยนะคะ
13
5,180
85
1,534
174,374
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
ฉันยังอึ้งที่รู้ว่ารามมีวิทยาเขตต่างประเทศ ศูนย์สอบ 41 แห่ง 32 ประเทศ คือแบบ ทำได้ไงอะ ให้คนไทยที่ไปทำงานอยู่ต่างประเทศได้เรียน ไม่ทิ้งคนไทยเลย
จะไม่ให้เด็กรามเค้าเดือดกันได้ไง ก็รามให้โอกาสทุกคนขนาดนั้นก็ยังมีคนมาเหยียด motto ที่อ่านแล้วรู้สึกตื้นตันทุกครั้งคือ “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง” เค้าไม่ได้เอามาเขียนเล่นๆอะ เค้าทำมันจริงๆถึงได้เอามาเขียน คืออีพวกมอดังมันกลัวคนจนๆเข้าถึงการศึกษาขนาดนั้นเลยดิ
7
17,237
67
11,354
831,165
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
บูธ P.S L02 สมุดชั่งกิโล น่าร้าก ราคาถูกมาก มีหลากหลายขนาด หลากหลายกระดาษ มาเอฟทุกครั้งเลยคับ / จั้นซื้อมา4เล่ม 62 บาทเอง น่ารักแมะ 💘
8
2,777
64
3,969
226,593
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
จริงๆ สื่อมวลชนต้องเป็นคนเปิดโปงด้วยซ้ำ สื่อต้องไปสืบไปขุดคุ้ยมา แล้วหน้าที่ประชาชนก็คือสนใจ แล้วในสภาค่อยเอาไปฉะกัน จนออกเป็นกฎเป็นอะไรออกมา จริง ไปดูเลย ประเทศอื่นๆ มีเรื่องเทาๆ อะไรปุ๊บ สื่อรู้ก่อน เปิดโปงก่อน แล้วค่อยเข้าสภา มีประเทศเราเนี่ยฝ่ายค้านทำงานแทนโคนันคุง
ปวินพูดเรื่องหนึ่งที่น่าคิดมาก บางทีฝ่ายค้านเปิดหลักฐานกันหนักมากในสภา จนเป็นข่าวใหญ่ไปทั้งประเทศ แต่พออภิปรายจบ เรื่องก็เริ่มเงียบ แล้วสุดท้ายคำถามที่เคยเปิดไว้ได้รับคำตอบจริงหรือยัง? ปวินเลยเสนอว่าการเมืองต้องทำทั้งในสภาและนอกสภา คือเปิดหลักฐานแล้วก็ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในการติดตามต่อด้วย เพราะข่าวใหญ่หนึ่งวันอาจทำให้คนตกใจได้ แต่การตรวจสอบให้ถึงผลต้องใช้เวลานานกว่านั้น
7
1,553
3
650
17,782
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
ในฐานะที่เราเรียน Thai Study มา เราว่าโพสต์นี้อธิบายดีที่สุดละ เอเซียอาคเนย์เป็นแถบพหุวัฒนธรรมอยู่แล้ว เพราะปกครองโดยระบบMandalaตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่มีการแบ่งเขตแดนชัดเจนขนาดนั้น แต่ละชนชาติต่างซึมซับวัฒนธรรมของกันและกัน ส่วนระบบรัฐชาติแบบทุกวันนึ้ มันเพิ่งเกิดช่วงสงครามโลกด้วยซ้ำ
วัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อุษาคเนย์) ไม่มีประเทศไหน "คิดค้นขึ้นมาเองแบบโดดเดี่ยว" แต่เกิดจากการแลกเปลี่ยน รับมา และปรับปรุง (Assimilation & Adaptation) โดยมีรากฐานมาจากแหล่งกำเนิดใหญ่ๆ ดังนี้ 1. อิทธิพลจากอินเดีย อินเดียคือ ผู้มีอิทธิพลหลักเลยในเรื่องวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ ไทย กัมพูชา ลาว และพม่า ล้วนรับอิทธิพลนี้มาพร้อมๆ กันผ่านการค้าขายและการเผยแผ่ศาสนา  ภาษาและวรรณกรรม คำศัพท์ภาษาไทยเกินครึ่ง โดยเฉพาะคำราชาศัพท์และชื่อคน มีรากจากภาษาบาลี-สันสกฤต วรรณคดีแห่งชาติอย่าง "รามเกียรติ์" ก็ดัดแปลงมาจาก "มหากาพย์รามายณะ" ของอินเดีย ประเพณีและเทศกาล สงกรานต์ (สังกรานต์) และ ลอยกระทง มีรากฐานมาจากพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในอินเดียเพื่อบูชาเทพเจ้าและสายน้ำ  ศาสนาและความเชื่อ พระพุทธศาสนา พิธีพราหมณ์ (เช่น การตั้งศาลพระภูมิ การแรกนาขวัญ) ล้วนมาจากอินเดีย  2. อิทธิพลจากขอม ในอดีต พรมแดนประเทศไม่ได้ขีดเส้นชัดเจนเหมือนปัจจุบัน อาณาจักรอยุธยาและอาณาจักรขอมมีการสู้รบ กวาดต้อนผู้คน และแลกเปลี่ยนช่างฝีมือกันไปมาตลอดเวลา อย่าง รูปแบบพระปรางค์ของไทย (เช่น ปรางค์วัดอรุณฯ หรือปราสาทหินพิมาย) พัฒนามาจากสถาปัตยกรรมขอมที่รับอิทธิพลศาสนาฮินดูมาอีกทอดหนึ่ง รวมทั้งแนวคิดที่ยกย่องพระมหากษัตริย์เปรียบดั่งสมมติเทพ ไทยรับแนวคิดนี้มาจากขอม ซึ่งทำให้เกิดการใช้คำราชาศัพท์ที่เป็นภาษาขอมผสมสันสกฤต 3. อิทธิพลจากจีน วัฒนธรรมการผัด การใช้กระทะเหล็ก เมนูเส้น (ก๋วยเตี๋ยว) รวมถึงเมนูที่กลายเป็นสัญลักษณ์ชาติอย่าง "ผัดไทย" ก็มีรากฐานมาจากการนำเข้าเส้นก๋วยเตี๋ยวจากจีน แล้วนำมาปรับปรุงรสชาติด้วยวัตถุดิบพื้นถิ่น รวมไปถึงลวดลายเครื่องเบญจรงค์ การประดับกระเบื้องเคลือบตามวัดวาอาราม (เช่น วัดโพธิ์ วัดอรุณฯ) ได้รับอิทธิพลจากช่างฝีมือและการค้าสมัยแผ่นดินจีน  4. รากฐานดั้งเดิมของชาวอุษาคเนย์ (วัฒนธรรมร่วมผี-พราหมณ์-พุทธ) ก่อนที่จะรับวัฒนธรรมจากต่างชาติ ชนเผ่าดั้งเดิมในภูมิภาคนี้ (ตั้งแต่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนใต้ของจีน ลงมาถึงไทย ลาว เขมร) มี "วัฒนธรรมร่วม" ที่คล้ายกันอยู่แล้ว เช่น การปลูกเรือนยกใต้ถุนสูง การทำนาข้าว ความเชื่อเรื่องผีสางเทวดา (ผีฟ้าแถน) และการตีกลองมโหระทึก ดังนั้น ถ้าการแชร์วัฒนธรรมคือการขโมย อิตาลีก็คงขโมยมะเขือเทศมาจากอเมริกาใต้ หรือญี่ปุ่นก็คงขโมยราเมนมาจากจีน ในอดีตอยุธยา ขอม ล้านนา หรือล้านช้าง ไม่ได้มีเส้นพรมแดนประเทศแบบปัจจุบัน ผู้คนแลกเปลี่ยนศิลปะและภาษาโอนถ่ายกันไปมาตลอด วัฒนธรรมไทยปัจจุบันคือ Melting Pot (เบ้าหลอม) ที่รับเอาข้อดีของอินเดีย เขมร มอญ และจีน มาดัดแปลงจนเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แหล่งที่มา 1. แนวคิดเรื่องวัฒนธรรมร่วมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนังสือ "วัฒนธรรมร่วม รากวัฒนธรรมเริ่มแรกในอาเซียน" โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ (นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา)  2. อิทธิพลอินเดียที่เป็นรากฐานอุษาคเนย์ งานเขียนของ ไมเคิล ไรท์ (Michael Wright) นักปราชญ์ชาวอังกฤษผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ ที่อธิบายเรื่องอิทธิพลอินเดียใต้ต่อศิลปะและภาษาในภูมิภาค  3. รากฐานความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอินเดียและจีน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ ๑๖ (หมวดความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับต่างประเทศ) ไปหาศึกษาเพิ่มเติมได้นะครับ ชาตินิยม เป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและตรรกะความคิดที่สอดคล้องกันครับ
1
1,416
3
1,012
27,190
LiNNS 💫 อยู่ภพนภาเป็นหลัก retweeted
อยากเห็นประเทศไทยที่วันนึงมีเงินเดือนเอื้ออำนวยพอจะสามารถซื้อความสุขให้ตัวเองได้ เข้าถึงหนังสือ เข้าถึงคอนเสิร์ต นักวาดนักเขียนเป็นอาชีพจริง ๆ มีบริษัทแอนิเมชั่น คอมมิคหรือนิยายหลาย ๆ เรื่องของไทยทำเป็นแอนิเมชั่นและได้กำไรดีไม่ขาดทุน รัฐบาลสนับสนุน ผลงานคนไทยเป็นที่เลื่องลือ
1
9,004
19
6,803
107,264