Official Twitter สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา (TPchannel) ติดตามความเคลื่อนไหว #ประชุมสภา #รัฐสภา #ข่าว #สภาผู้แทนราษฎร #วุฒิสภา

Bangkok, Thailand
Joined March 2010
สภาฯ ผ่านกฎหมายเดินเรือ วางระบบค้นหา–ช่วยเหลือภัยทางน้ำ พร้อมพิจารณากฎหมายธุรกรรมดิจิทัล รับยุค AI facebook.com/share/p/1HB34JV…
34
ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 20 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น. กระทู้ถามทั่วไป 3 เรื่อง เรื่อง ขอให้ภาครัฐพิจารณาแนวทางเชื่อมโยงหรือขยายเขตบริการน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาค สาขาศรีเชียงใหม่ เรื่อง ขอทราบมาตรการฟื้นฟู และแนวทางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมของอุตสาหกรรมในประเทศไทย เรื่อง ปัญหาการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร กระทู้ถามแยกเฉพาะ 6 เรื่อง เรื่อง แนวทางการพัฒนาและการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเพิ่มศักยภาพศูนย์รังสีรักษาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เรื่อง ขอให้พิจารณาแนวทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของจังหวัดภูเก็ต ให้มีเสถียรภาพรองรับการเติบโตของเมือง เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยล้นและการบริหารจัดการขยะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ฯลฯ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 3 เรื่อง รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เรื่อง แนวทางการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว (Long-Term Care) ในประเทศไทย เรื่อง ปัญหาการให้เช่าเหมาอาคารของการเคหะแห่งชาติ เรื่องที่ค้างพิจารณา 70 เรื่อง เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการยุบ การควบรวม การยกระดับ และการเปลี่ยนแปลงพันธกิจ อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา จัดทำ และติดตามข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับทักษะคนไทย เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางของรัฐบาลในการควบคุมหรือสนับสนุนการใช้กัญชาในทางการแพทย์และแนวทางการป้องกันผลกระทบต่อสังคมและประชาชน ฯลฯ เรื่องที่เสนอใหม่ 2 เรื่อง เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง และมาตรการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีบุตร เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของรัฐและการพัฒนาระบบบำนาญแห่งชาติอย่างยั่งยืน เรื่องอื่นๆ 3 เรื่อง อ่านต่อที่ pis.parliament.go.th/PARWeb/… ติดตามได้ทาง #วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อม 14 เครือข่ายในส่วนภูมิภาค และ AM 1071 KHz #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 - Application : TPchannel - Youtube : youtube.com/@TPchannel10 - Facebook : facebook.com/TPchannelFan - Website : tpchannel.org
1
161
‘รมช.วัชระพล’ การันตี ‘พืชสวนโลกอุดรฯ’ คุ้มค่า ชี้กระตุ้น GDP 2 หมื่นล้าน-สร้างงาน 8.1 หมื่นตำแหน่ง ยันเพิ่มงบฯ ตามมาตรฐาน AIPH วันนี้ (27 ตุลาคม 2569) นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะสส.จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani Expo 2026) โดยระบุว่า ล่าสุดความพร้อมของพื้นที่เกือบเต็ม 100% แล้ว และมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยรวมถึงระบบต่างๆ เป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ ได้ชี้แจงกรณีการเพิ่มงบประมาณจัดงาน 10% หรือคิดเป็น 250 ล้านบาท จากงบประมาณรวม 2,500 ล้านบาทว่า เป็นไปตามข้อเสนอแนะของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ที่ได้ประเมินงานเมื่อเดือนธันวาคม 2568 แล้วพบว่ายังไม่บรรลุมาตรฐานที่กำหนด จึงต้องปรับเพิ่มงบฯ เพื่อยกระดับการจัดงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล นายวัชระพล ยืนยันว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และนับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการจัดงานพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้กว่า 3.6 ล้านคน ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาค ส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (GDP) ให้กับประเทศกว่า 20,000 ล้านบาท สร้างการจ้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง และช่วยให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้กว่า 7,700 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ให้แก่จังหวัดอุดรธานีและกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน สำหรับแผนการบริหารจัดการพื้นที่หลังจบการศึกษานั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการจัดงานมหกรรมระดับนานาชาติ เวทีแสดงศักยภาพสินค้าและนวัตกรรมทางการเกษตร รวมถึงปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะถาวรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยภายหลังจบงานจะขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อส่งมอบพื้นที่ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีเป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษาต่อไป #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPChannel #พืชสวนโลก #วัชระพลขาวขำ
145
นายกฯ เผย แจ้งประธานสภาฯแล้ว ศึกซักฟอกรัฐบาล สะดวก 6 ธ.ค.เป็นต้นไป ชี้ ต้องเป็นวันที่รัฐมนตรีปลอดภารกิจ ส่วนจะกี่วัน ให้วิปไปหารือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า วันนี้ (27 ต.ค. 69) ได้รับหนังสือแจ้งจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและได้นำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว จึงได้ตอบกลับไปว่าวันที่สะดวกของคณะรัฐมนตรี คือตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม เป็นต้นไป ส่วนกรอบระยะเวลาการอภิปรายจะเป็นกี่วัน วิปจะต้องหารือกัน ส่วนที่หากฝ่ายค้านตั้งเงื่อนไขว่าให้เป็น 5 วันเหมือนเดิม รัฐบาลจะให้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องที่วิปจะต้องหารือกัน แต่ฝ่ายค้านบอกว่าต้องการ 5 วันเฉพาะสัปดาห์นี้ ส่วนที่เหลือจะ 4 วันก็ไม่มีปัญหา นี่คือที่เคยคุยกันมา ที่จริงวันนี้เราควรจะไปอภิปรายในสภาแล้ว แต่ในเมื่อทางฝ่ายค้านไม่ยอม ก็ต้องหาวันที่เหมาะสมที่ทุกฝ่ายและรัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline
1
245
เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ #ร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 🔴 เสนอโดย นายสหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ 🔴 รับฟังตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 👉 อ่านต่อที่ parliament.go.th/section77/s… #TPchannel #TPonline
89
ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 19 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม 1 เรื่อง รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน 3 เรื่อง เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 1 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่องด่วน 1 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เรื่องที่ค้างพิจารณา 44 เรื่อง ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฯลฯ เรื่องที่เสนอใหม่ 11 เรื่อง ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและป่าไม้ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฯลฯ เรื่องอื่นๆ 1 เรื่อง ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง 1 ตำแหน่ง เพราะลาออก อ่านต่อที่ pis.parliament.go.th/PARWeb/… ติดตามได้ทาง #วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อม 14 เครือข่ายในส่วนภูมิภาค และ AM 1071 KHz #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 - Application : TPchannel - Youtube : youtube.com/@TPchannel10 - Facebook : facebook.com/TPchannelFan - Website : tpchannel.org
1
1
148
“อนุทิน” สั่งการด่วนกำชับ มท. ฟื้นฟูภูเก็ตหลังน้ำป่าทะลักป่าตอง ตั้งศูนย์พักพิง-เปิดสายด่วนเยียวยาประชาชน วันนี้ (26 ตุลาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 25-26 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันและเกิดน้ำป่าจากเขา 50 ปี พัดพาหินและดินโคลนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกส่วนราชการในพื้นที่เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมดำเนินภารกิจเก็บกวาดสิ่งปฏิกูลและเคลียร์พื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทันที แม้ว่าสถานการณ์ล่าสุดในเวลา 08.00 น. ระดับน้ำขังจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดภูเก็ต บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ การเฝ้าระวังฝนตกหนักและภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ตลอดจนเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ในส่วนของการทำงานระดับท้องถิ่นภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย เทศบาลเมืองป่าตองได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและเปิดศูนย์พักพิงรองรับผู้ประสบภัย ณ เทศบาลเมืองป่าตอง, โรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงก์ และโรงแรมป่าตองเบย์ฮิลล์ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วนงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองป่าตอง หมายเลข 0 7634 2600 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันให้เร่งสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบราชการอย่างเร่งด่วน โดยประชาชนสามารถประสานขอความช่วยเหลือผ่านกลไกปกครองท้องที่ ทั้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784 ได้ทันที #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPChannel #น้ำท่วม #ภูเก็ต #รัฐบาล
1
1
318
ประธานสภาฯ ยืนยันอภิปรายไม่ไว้วางใจทันในสมัยประชุมนี้ ฝ่ายค้าน-รัฐบาลเห็นชอบกรอบ 4+1 เหลือเคาะช่วววันซักฟอก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการหารือกำหนดกรอบวันและเวลาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า ขณะนี้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลสามารถตกลงเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายได้แล้ว นายโสภณกล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้เข้าหารือเกี่ยวกับกำหนดการอภิปราย โดยฝ่ายรัฐบาลเคยเสนอช่วงเวลาในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ฝ่ายค้านชี้แจงว่าได้จัดเตรียมบุคคลและกำหนดการไว้แล้ว หากดำเนินการในช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้การบริหารจัดการมีความยุ่งยาก จึงมีการปรับกำหนดการออกไป ทั้งนี้ ฝ่ายค้านแจ้งว่าสามารถกำหนดวันอภิปรายในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมได้ โดยหลังจากนี้ฝ่ายบริหารจะต้องหารือเพื่อกำหนดวันที่เหมาะสม ก่อนแจ้งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร “...สรุปคือมีการอภิปรายแน่นอน ส่วนจะเป็นวันไหนเรายังไม่รู้ เพราะตามที่วิปหารือกัน เดิมให้เวลาสัปดาห์นี้เคลียร์งานหมดแล้ว เมื่อได้โจทย์ใหม่ ครม. ก็ต้องไปประชุมหารือกัน และแจ้งกลับมาว่าควรจะเป็นวันไหน และสามารถเริ่มต้นได้วันใด...” นายโสภณกล่าว นายโสภณยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นภายในสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน พร้อมระบุว่าทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศ และนายกรัฐมนตรีได้แสดงความพร้อมต่อการอภิปรายเช่นกัน สำหรับกรอบเวลาการอภิปราย นายโสภณย้ำว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อยุติร่วมกันได้แล้ว ในรูปแบบ 4+1 ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อสอบถามและกำหนดวันอภิปรายที่ชัดเจนต่อไป เมื่อถามถึงภารกิจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่อาจทำให้การกำหนดวันอภิปรายมีข้อจำกัด นายโสภณกล่าวว่า แม้การจัดตารางเวลาอาจไม่ง่าย แต่จำเป็นต้องจัดสรรเวลาให้เหมาะสม โดยฝ่ายค้านเปิดกว้างว่าสามารถจัดการอภิปรายได้ในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม รวมถึงวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ประสานกับฝ่ายบริหารเพื่อหาวันที่เหมาะสม นายโสภณยังย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นกระบวนการปกติของรัฐสภา ไม่มีประเด็นซับซ้อน โดยขณะนี้สามารถตกลงจำนวนวันอภิปรายได้แล้ว เหลือเพียงการกำหนดวันที่ให้ชัดเจน “...ก็ผมนี่เป็นหลักประกัน คำพูดประธานนี่แหละเป็นหลักประกันว่ามีการอภิปรายแน่นอน การอภิปรายเป็นการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ไม่ว่ายุคใดก็มี ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลคงจะรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรอยู่ จึงไม่ควรจะไปสนใจ ไปเพิ่มความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย...” นายโสภณกล่าว #ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #TPchannel
1
2
154
"...นักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าคนปกติ การที่เอาข่าวที่บิดเบือน แล้วก็เป็นข่าวที่โจมตีบุคคล แล้วก็ไม่เป็นข้อมูลที่จริงเนี่ย เอาไปเผยแพร่ต่อ ตรงนี้ต้องมีความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาญาหรือเรื่องของจริยธรรม ผมก็เรียกร้องนะครับมาโดยตลอดว่า มาตรฐานการเมืองจะต้องไม่ตกต่ำเพราะสิ่งที่นักการเมืองทำ แต่มาตรฐานการเมืองจะต้องถูกยกขึ้นด้วยเป็นสิ่งที่นักการเมืองควรจะต้องทำ เรื่องของผลประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ข้อมูลเหล่านี้เนี่ยวันนี้อาจจะเป็นข้อมูลโจมตีเชิงบุคคลใช่ไหมครับ แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งเพจเหล่านี้ ไปใช้ข้อมูลที่เป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศและความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติต่าง ๆ ละ แล้วนักการเมืองไปสนับสนุนหรือหยิบไปใช้เนี่ยจะเกิดอะไรขึ้นครับ..." นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ชี้แจงและตอบโต้ กรณีเพจปริศนาเผยแพร่อ้างข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงินเข้าบัญชีนายกรัฐมนตรี 26 ตุลาคม 2569 #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #TPchannel
112
ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 16 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 น. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม (ถ้ามี) กระทู้ถามเป็นหนังสือ 9 เรื่อง เรื่อง ปัญหาการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินที่ยังมีความขัดแย้งสูง เรื่อง การติดตามโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังชัน จังหวัดปราจีนบุรี เรื่อง การติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนในแม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง เรื่อง การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองและรับรองสิทธิของแรงงานแพลตฟอร์ม และมาตรการแก้ไขเยียวยาปัญหาระยะสั้นระหว่างที่กระบวนการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายยังไม่แล้วเสร็จ เรื่อง ความคืบหน้าและรายละเอียดของกระบวนการการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 และขอทราบข้อท้วงติงของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง ปัญหาเหตุเพลิงไหม้รุนแรงสถานบันเทิง เรื่อง การปฏิบัติตามหลักการไม่ผลักดันสู่อันตราย เรื่อง มาตรการจัดระเบียบการประกอบธุรกิจและการใช้แรงงานต่างด้าวในพื้นที่พาณิชยกรรมขนาดใหญ่เพื่อปกป้องเศรษฐกิจไทย เรื่อง ขอทราบความคุ้มค่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมาตรการความมั่นคงด้านน้ำของประชาชน จังหวัดพังงา จากโครงการผันน้ำคลองพังงา จังหวัดพังงา ไปยังจังหวัดภูเก็ต เรื่องด่วน 1 เรื่อง ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 1 เรื่อง เรื่องที่เสนอใหม่ 1 เรื่อง เรื่องอื่นๆ 2 เรื่อง อ่านต่อที่ pis.parliament.go.th/PARWeb/… - #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 #วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อม 14 เครือข่ายในส่วนภูมิภาค และ AM 1071 KHz - Application: TPchannel - Website : tpchannel.org - Facebook Live : #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา - Youtube Live : TPchannel
470
“จักรภพ” รับบททีมเศรษฐกิจเพื่อไทย เสนอ 6 โจทย์เร่งด่วนต้องแก้หนี้ครัวเรือน-พลังงานพร้อมฟื้นอุตสาหกรรม และรับมือ AI นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการนโยบายด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความเปิดเผยภายหลังได้รับแต่งตั้งให้ร่วมทำงานด้านนโยบายเศรษฐกิจของพรรค โดยระบุถึงความตั้งใจเร่งขับเคลื่อนแนวทางรับมือความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้อง หนี้ครัวเรือน ต้นทุนพลังงาน ความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ตลอดจนผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นายจักรภพระบุว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม และสภาพภูมิอากาศ จึงมีความกังวลต่อประชาชนที่มีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจไม่มากนัก เนื่องจากกลุ่มที่มีทุนและทรัพยากรสูงย่อมมีศักยภาพในการปรับตัวต่อสถานการณ์ได้มากกว่า ด้วยเหตุนี้ แนวทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจจึงควรมองกว้างกว่าการช่วยเหลือเฉพาะประชาชนฐานรากและกลุ่มรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ โดยควรผลักดันการปรับตัวของเศรษฐกิจไทยในหลายมิติไปพร้อมกัน เพื่อให้สอดรับกับบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง นายจักรภพระบุด้วยว่า มีแผนใช้คณะทำงานนโยบายเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทยจัดตั้งขึ้นเป็นหนึ่งในเวทีการทำงาน โดยตั้งใจประสานความร่วมมือกับอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี สส. และผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารเศรษฐกิจ เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนโดยเร็ว "...ใจผมน่ะนึกห่วงพี่น้องประชาชนผู้มีอำนาจต่อรองน้อย ชนชั้นนำเขามีทุนในการปรับตัวสูง มีทั้งเวลาและทรัพยากรในการปรับตัวมาก จึงไม่ได้ห่วงเขาเท่าไหร่ แต่เราจะคิดแบบเดิม ๆ คือโอบอุ้มเฉพาะพี่น้องประชาชนรากหญ้าและผู้คนฐานะปานกลางค่อนข้างต่ำไม่ได้อีกแล้ว เราต้องก้าวใหญ่พร้อมกันไปในทุก ๆ มิติของเศรษฐกิจไทยเลยทีเดียวล่ะ..." สำหรับประเด็นเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญในเบื้องต้น มี 6 ด้าน ประกอบด้วย การหาแนวทางแก้ปัญหาเงินออมของประชาชนและครัวเรือนที่ลดลง ควบคู่กับการรับมือหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงปัญหาค่าไฟฟ้า น้ำมัน และต้นทุนพลังงานอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูอุตสาหกรรมและภาคการผลิตที่เคยมีศักยภาพสำคัญของประเทศ แต่ปัจจุบันเผชิญความท้าทาย อาทิ กุ้งและสัตว์น้ำ ข้าว และมันสำปะหลัง พร้อมทั้งสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า และพัฒนาตลาดใหม่เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าไทย พร้อมกันนี้ยังมีประเด็นสำคัญคือแรงงานคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีทักษะและความสามารถหลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความท้าทายด้านสภาพจิตใจและสังคม รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบและความเสี่ยงจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม นายจักรภพระบุว่า ปัญหาหลายด้านไม่ใช่ประเด็นใหม่และสะสมต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ขณะที่บางเรื่องถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับประเทศไทย ดังนั้น การวางแนวทางแก้ไขจำเป็นต้องเชื่อมโยงปัญหาเดิมเข้ากับโจทย์ใหม่ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเป็นไปอย่างสอดคล้องและครอบคลุม #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #TPchannel #แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
357
วงการการเมืองอาลัย "สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์" สส.สระแก้ว พรรคกล้าธรรม เสียชีวิตอย่างสงบ เตรียมจัดเลือกตั้งซ่อมตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อวานนี้ (24 ตุลาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงการการเมืองไทยร่วมแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้ง ต่อการถึงแก่อนิจกรรมของ นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว เขต 3 และนายทะเบียนสมาชิกพรรคกล้าธรรม ซึ่งได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ตุลาคม 2569 สิริอายุรวม 63 ปี โดย นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อเวลา 22.00 น. เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีและการทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน ซึ่งการจากไปกะทันหันในครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียบุคลากรทางการเมืองคนสำคัญของจังหวัดสระแก้ว และตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญจะต้องมีการดำเนินการจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว เขต 3 แทนตำแหน่งที่ว่างลงต่อไป สำหรับประวัติของ นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2506 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเริ่มเส้นทางทำงานทางการเมืองในระดับท้องถิ่นจากการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งนับเป็นประสบการณ์สำคัญในระดับพื้นที่ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การทำงานการเมืองระดับชาติในเวลาต่อมา ด้านเส้นทางการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร นายสุรศักดิ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว เขต 3 ครั้งแรกในการเลือกตั้งปี 2562 ในนามพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม และลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เดิมในการเลือกตั้งปี 2569 จนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กลับเข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอีกครั้งเป็นสมัยที่ 2 จนกระทั่งเสียชีวิตลงอย่างสงบ #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #tpchannel #สุรศักดิ์ชิงนวรรณ์ #กล้าธรรม #สระแก้ว
1
1
823
รัฐบาลเตรียมขยายมาตรการ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ออกไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ลดภาระค่าใช้จ่าย ลดภาระค่าครองชีพ ด้านการเดินทางในชีวิตประจำวันของประชาชน วันนี้ (25 ตุลาคม 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล “ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน” รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล “ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน” ดำเนินมาตรการ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ซึ่งจะสิ้นสุดภายใน 30 พฤศจิกายน 2569 นี้ นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ได้พิจารณาข้อเสนอขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ครอบคลุมรถไฟชานเมืองสายสีแดงของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แก่ สายนครวิถี ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–ตลิ่งชัน และสายธานีรัถยา ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–รังสิต รวมถึงรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของ รฟม. เพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยกระทรวงคมนาคม จะนำเสนอให้ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ผลการดำเนินมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันของรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยข้อมูลสะสม ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่านบัตร EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั้งสองสาย ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีแดง มีผู้โดยสารเฉลี่ย 9,460 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.01 และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.31 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 212.43 และรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีผู้โดยสารเฉลี่ย 27,653 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 135.41 และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.60 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 275.00 เมื่อรวมทั้งสองสาย มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 37,113 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 121.54 สะท้อนให้เห็นถึงผลเชิงบวกของมาตรการในการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนทางราง ทั้งด้านปริมาณผู้โดยสารและรายได้ค่าโดยสาร ตลอดจนแนวโน้มการใช้บัตร EMV Contactless ในการชำระค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าว #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #tpchannel #รถไฟฟ้า #คมนาคม #รัฐบาล
1
170
🗞️ News Committee Update: คนไทยจ่ายค่าบริการดิจิทัลต่างชาติราว 2.6 แสนล้านบาทต่อปี - กมธ.สื่อสารฯ สภาผู้แทนราษฎร แนะจัดระบบภาษี หนุนแพลตฟอร์มไทย คนไทยจ่ายค่าบริการดิจิทัลต่างชาติราว 2.6 แสนล้านบาทต่อปี ทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม คลาวด์และ AI คำถามสำคัญคือ จะเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันอย่างไร หนึ่งในค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่คือค่าโฆษณาออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น Facebook และ TikTok ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 115,000 ล้านบาทในปี 2568 หรือราว 44% ของยอดใช้จ่ายค่าบริการดิจิทัลต่างประเทศตามข้อมูลที่คณะอนุกรรมาธิการนำเสนอ นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ความบันเทิงออนไลน์ รวมถึงบริการ AI และคลาวด์ ซึ่งมีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น นายอลงกต มณีกาศ ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันดิจิทัลไทย แถลงผลการศึกษาการใช้จ่ายค่าบริการดิจิทัลของประชาชนและภาคธุรกิจไทยให้แก่ผู้ให้บริการต่างประเทศ โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมสรรพากรและธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อมูลที่นำมาศึกษามาจากหลายส่วน ทั้งการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริการอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการต่างประเทศที่จดทะเบียนในระบบมากกว่า 260 ราย และข้อมูลแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.36 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้บริการจากต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยยังสะท้อนภาพการชำระเงินระหว่างประเทศ โดยในการแถลงข่าวมีการกล่าวถึงตัวเลขการขาดดุลประมาณ 338,000 ล้านบาทต่อปี คณะอนุกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ไทยจะมีการใช้จ่ายค่าบริการดิจิทัลจากต่างประเทศมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี แต่รายได้จากการจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกลับมีมูลค่าไม่ถึง 20,000 ล้านบาท จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบข้อมูลและติดตามธุรกรรมให้ชัดเจนขึ้น เพื่อใช้ประเมินการจัดเก็บภาษีและกำหนดนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล [ จัดระบบข้อมูลภาษี หนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย ] ข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการฯ ครอบคลุมการเชื่อมโยงข้อมูลการจัดเก็บภาษีระหว่างหน่วยงาน การให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดทำสถิติการชำระเงินค่าบริการดิจิทัลข้ามพรมแดน และการจัดทำทะเบียนกลางผู้ให้บริการดิจิทัลของไทย เพื่อให้เห็นข้อมูลทั้งบริการที่มีอยู่และธุรกรรมที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ อีกแนวทางคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ไทย ส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยี และเพิ่มโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเลือกใช้บริการดิจิทัลของไทยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมากขึ้น การใช้จ่ายบริการดิจิทัลข้ามพรมแดนจึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม โดยคณะอนุกรรมาธิการฯ จึงเสนอให้ร่วมกันพัฒนาระบบข้อมูลและมาตรการสนับสนุน เพื่อเพิ่มโอกาสให้อุตสาหกรรมดิจิทัลไทยเติบโตและแข่งขันได้มากขึ้น ทีมสื่อ TP Online #แพลตฟอร์ม #ออนไลน์ #โฆษณา #NewsCommitteeUpdate #TPOnline #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #ทีมสื่อTPOnline
257
กำหนดการประชุมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ประจำสัปดาห์ : วันที่ 26 - 30 ตุลาคม 2569 อ่านระเบียบวาระได้ที่ 🔴 วุฒิสภา senate.go.th/view/1/%E0%B8%A… 🔴 สภาผู้แทนราษฎร parliament.go.th/view/1/repr… - #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 #วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อม 14 เครือข่ายในส่วนภูมิภาค และ AM 1071 KHz - Application: TPchannel - Website : tpchannel.org - Facebook Live : #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา - Youtube Live : TPchannel
1
126
นายกฯ ระบุ รอประธานสภาฯ ชี้ขาดวันซักฟอก ชี้รัฐบาลมีความพร้อม เลื่อนภารกิจรอแล้ว แต่ฝ่ายค้านยังตกลงวันไม่ได้ ส่วน พ.ย. ติดติดภารกิจ 'เอเปค-อาเซียน' นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า หากขณะนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับวันกำหนดการที่ไม่ตรงกัน คงต้องรอการพิจารณาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลพร้อมดำเนินการตามกรอบเวลาที่ประธานสภาฯ เห็นว่าเหมาะสม นายอนุทินระบุว่า เดิมรัฐบาลเห็นว่าสัปดาห์หน้าเป็นช่วงเวลาที่สะดวกที่สุด และมีความพร้อมตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป โดยรัฐมนตรีหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่คาดว่าจะถูกอภิปราย ได้ปรับและเลื่อนภารกิจต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสภาฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่สามารถตกลงกำหนดการกับฝ่ายค้านได้ รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาวันใหม่ ซึ่งอาจจัดสรรเวลาได้ยากขึ้น เนื่องจากมีภารกิจสำคัญหลายรายการ ทั้งการประชุมเอเปค การประชุมอาเซียน การเยือนของนายกรัฐมนตรีจีน รวมถึงการประชุมที่เกี่ยวข้องกับ OECD นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลได้เปิดตารางในสัปดาห์หน้าไว้สำหรับการอภิปราย โดยแม้แต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีการปรับกำหนดการมาเป็นช่วงเช้าวันจันทร์ เพื่อเพิ่มเวลาให้กับการประชุมสภาฯ แต่เมื่อกำหนดการยังไม่เป็นไปตามที่คาด จึงต้องหารือเพื่อหาวันที่เหมาะสมอีกครั้ง ส่วนกรอบเวลาว่าจะสามารถกำหนดการอภิปรายในช่วงใดนั้น นายอนุทินระบุว่า ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากรัฐมนตรีแต่ละคนมีภารกิจแตกต่างกัน และหลายคนได้เลื่อนภารกิจเพื่อเตรียมพร้อมไว้สำหรับสัปดาห์หน้าแล้ว โดยคาดว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรจะหารือภายในเพื่อพิจารณากำหนดการอีกครั้ง นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลมีความพร้อมสำหรับการอภิปรายอยู่แล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้เข้าใจว่าการกำหนดวันและรายละเอียดต่าง ๆ มีความชัดเจนเรียบร้อยแล้ว #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #TPchannel
139
🗞️ News Committee Update: แก้ฝุ่น PM2.5 มลพิษพรมแดนเชียงใหม่-ภาคเหนือ ดันสินค้าสู่ตลาดจีน - กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ชูกรอบ OECD พัฒนาภาคเหนือ เชียงใหม่และภาคเหนือเจอทั้งฝุ่น PM2.5 และมลพิษพรมแดน ในด้านสินค้าเกษตรจะเพิ่มมูลค่าและแข่งในตลาดจีนได้อย่างไร การใช้กรอบมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับ จะทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และการคุ้มครองแรงงาน การนำสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ เป็นหนึ่งในแนวทางเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจภาคเหนือ ในด้านการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 มลพิษในแม่น้ำกก และการตรวจสอบสารพิษตกค้างในสินค้าเกษตรนำเข้าจากจีน เป็นสิ่งที่ต้องผลักดันควบคู่กัน โดยคณะกรรมาธิการฯ เสนอให้นำกรอบ OECD มาใช้กำหนดแนวทางแก้ปัญหา ถ้าไทยจะยกระดับมาตรฐานทั้งประเทศ การก้าวเข้าสู่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งการปรับมาตรฐานเศรษฐกิจ การศึกษา กฎหมาย และความโปร่งใสให้เทียบเท่าสากล ซึ่งส่งผลต่อชีวิตคนไทย นายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ศึกษาศักยภาพของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น การค้าระหว่างไทย-จีน และการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย [ เชื่อมงานวิจัยกับตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร-ธุรกิจท้องถิ่น ] มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีการดำเนินงานผ่านหน่วยงานสำคัญ เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สนับสนุนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะไทย-จีนที่ศึกษาการขนส่งข้ามพรมแดนและช่องทางอีคอมเมิร์ซเพื่อผลักดัน SME ไทยเข้าสู่ตลาดจีน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป อาหารฟังก์ชัน บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน และโปรตีนทางเลือก คณะกรรมาธิการฯ เสนอให้ใช้ความรู้และงานวิจัยไปต่อยอดสินค้าเกษตรพื้นถิ่น เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรรายย่อย ผลักดันการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผักและผลไม้นำเข้าจากจีนบริเวณหน้าด่าน และส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษาให้เยาวชนทุกกลุ่ม [ LANNA EXPO เปิดช่องทางตลาด กระจายรายได้สู่ชุมชน ] คณะกรรมาธิการฯ ยังได้เยี่ยมชมงาน LANNA EXPO 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จากความร่วมมือของจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน โดยปีนี้จัดขึ้นที่เชียงใหม่ ภายในงานมีสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า OTOP อาหาร หัตถกรรม การท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มช่องทางการขายและโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการ การนำมาตรฐาน OECD มาปรับใช้กับการบริหารภาครัฐและการพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่ สามารถเชื่อมโยงศักยภาพของผู้ประกอบการกับตลาดสมัยใหม่ ผลักดันการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน ภาคเหนือมีโอกาสขยายตลาดสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับมาตรฐานสินค้า ศึกษาความต้องการของตลาดจีน ควบคู่กับการแก้ฝุ่น PM2.5 และมลพิษข้ามแดน ทีมสื่อ TP Online ภาพ / ข่าว: สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอบคุณภาพจาก Lanna Expo 2026 / มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ / NBT - ภาคเหนือ / สภาพัฒน์ #ฝุ่น #PM25 #เชียงใหม่ #NewsCommitteeUpdate #TPOnline #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #ทีมสื่อTPOnline
1
1
602
รัฐบาลเปิดฟังเสียงประชาชน เล็งแก้กฎกระทรวง พ.ร.บ.การพนัน ปลดล็อก “บิลเลียด-มวย” หนุนเยาวชนฝึกซ้อม ยกระดับกีฬาไทยสู่สากล วันนี้ (23 ต.ค. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวง ฉบับใหม่ ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (law.go.th) ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม ถึง 22 พฤศจิกายน 2569 เพื่อแก้ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ล้าสมัย ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และส่งเสริมศักยภาพวงการกีฬาของประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี การปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2503) ในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การปลดล็อกกีฬาบิลเลียด/สนุกเกอร์ ซึ่งแม้จะได้รับการรับรองเป็นกีฬาอาชีพแล้ว แต่กฎหมายเดิมยังห้ามผู้ไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่น การแก้ไขจึงจะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าฝึกซ้อมพัฒนาฝีมือได้อย่างถูกต้อง และ การปรับปรุงหลักเกณฑ์การชกมวย โดยเปลี่ยนหน่วยงานกำกับดูแลให้ขึ้นตรงหรือได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อให้เป็นสากลและสอดรับกับ พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ. 2542 ทั้งนี้ การเปิดรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 มาตรา 5 เพื่อให้กระบวนการตรากฎหมายเกิดการมีส่วนร่วมและครอบคลุมทุกมิติ รัฐบาลจึงขอเชิญชวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและประชาชนร่วมส่งข้อเสนอแนะผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อนำความคิดเห็นไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการกีฬาไทยต่อไป #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #tpchannel #รัฐบาล #ปลดล็อก #บิลเลียด #มวย
168
รัฐบาลแจงจดสิทธิบัตร “กะเพราพันธุ์ใหม่” ไม่ผูกขาด ประชาชนยังปลูก-ขายพันธุ์พื้นเมืองได้ปกติ ยันเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นปรับปรุง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีข้อกังวลเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ “แก้วจุรี 01 - 04” ของเอกชนว่า ไม่ได้เป็นการผูกขาดสายพันธุ์กะเพราทั้งหมดในประเทศ โดยกฎหมายคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนเท่านั้น ประชาชนยังคงปลูก บริโภค และจำหน่ายกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากเอกชน ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำว่าสิทธิของผู้พัฒนาจะครอบคลุมเฉพาะการผลิตและจำหน่ายส่วนขยายพันธุ์ (เช่น เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า) เชิงพาณิชย์ของพันธุ์ที่ได้รับคุ้มครองเท่านั้น นอกจากนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มาตรา 33 ยังกำหนดข้อยกเว้นไว้ชัดเจนสำหรับการศึกษา วิจัย การใช้งานที่ไม่ใช่เพื่อการค้า รวมถึงกรณีที่เกษตรกรนำส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิตขึ้นกลับไปเพาะปลูกต่อภายใต้เงื่อนไขกฎหมาย ดังนั้น การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อจึงไม่ได้เป็นความผิดในทุกกรณี รัฐบาลตระหนักถึงข้อกังวลของมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) และภาคประชาชนเกี่ยวกับสิทธิเกษตรกรและการเข้าถึงพันธุ์พืช จึงพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร นักวิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อปรับปรุง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ให้มีความเหมาะสม โดยเฉพาะข้อห่วงใยต่อแนวทางการคุ้มครองตามอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งเน้นการพิจารณาผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและสิทธิของเกษตรกรอย่างรอบด้าน ยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อเสนอแนะและยังไม่มีการบังคับใช้เป็นกฎหมายแต่อย่างใด รัฐบาลยืนยันให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยพัฒนาพันธุ์พืช ควบคู่กับการปกป้องสิทธิและโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้ ประชาชนและเกษตรกรที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครอง หรือการขออนุญาตขยายพันธุ์ สามารถติดต่อกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ได้ที่โทรศัพท์ 02-940-7214 #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPChannel #กะเพรา
190
“ภราดร” ยืนยันสัปดาห์หน้าไม่มีซักฟอก เผยรัฐบาลยอมถอยให้ 4+1 วัน แต่ฝ่ายค้านยังเงียบ รอพูดคุยใหม่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า สัปดาห์หน้าไม่มีการอภิปรายแน่นอน เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมปกติไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลยอมให้ฝ่ายค้านอภิปราย 4 วัน นายภราดร กล่าวว่า หลังจากที่เจรจากัน น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในฐานะประธานการประชุม ได้ให้ตนไปสอบถามกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าสามารถขยับเพิ่มขึ้นอีก 1 วันได้หรือไม่ โดยหลังประชุม ครม.ในวันที่ 26 ตุลาคม จบแล้วสามารถให้เปิดประชุมต่อเพิ่มขึ้นอีก 1 วันได้หรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและครม.บอกว่าได้ และจะรีบมาประชุมสภาให้ โดยนัดประชุม ครม. ที่สภา และกำหนดเฉพาะระเบียบวาระที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดคือได้ 4 วัน แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากฝ่ายค้าน นายภราดร กล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านบอกว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ปิดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ขอยืนยันว่าที่ผ่านมาก็อภิปราย 4 วัน ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุถึงจำนวนชั่วโมงในการอภิปรายสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี สูงสุดคือ 40 ชั่วโมง ไม่เกิน 42 ชั่วโมง แต่รัฐบาลนี้เสนอว่า ถ้าฝ่ายค้านต้องการเท่าไหร่ เช่น 45 - 48 ชั่วโมง ก็สามารถให้ฝ่ายค้านได้ ส่วนของรัฐบาลก็ลดหลั่นลงมา โดยจะใช้เวลาอย่างกระชับ แต่ก็ไม่ได้รับสัญญาณตอบรับ จนเป็นที่มาของประธานสภาฯได้ออกระเบียบวาระการประชุม เพราะไม่สามารถตกลงกันได้ เมื่อถามว่าโอกาสที่จะเป็นเดือน พ.ย.และธ.ค.ยังได้อยู่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า คงต้องเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งตนได้ชี้แจงกับที่ประชุมไปแล้วว่าเดือนพฤศจิกายน ตารางของ ครม.จะแน่นมาก โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรกหลังจากนายกฯ กลับจากต่างประเทศ และมีการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.อุดรธานี รวมถึงงานมหกรรมพืชสวนโลก สัปดาห์ถัดไปเข้าใจว่า มีรัฐมนตรีหลายคนที่อยู่ในกลุ่ม 18 คนที่ถูกกล่าวหา อาจมีภารกิจต้องเดินทางไปประชุมต่างประเทศ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่ต้องเดินทางไปประชุมเอเปคล่วงหน้า และอาจมีหลายคนที่ไม่สะดวก ส่วนสัปดาห์ที่ 3 นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมเอเปค ส่วนสัปดาห์ที่ 4 จริง ๆ ไม่อยากให้ล่วงเลยไปถึงสัปดาห์ดังกล่าว เพราะฝ่ายค้านจะต่อว่ารัฐบาลได้ ว่ารัฐบาลพยายามยื้อเวลาและทำให้ช้าไปอีก ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีความประสงค์เช่นนั้น จึงได้กำหนดให้เป็นสัปดาห์หน้า เพราะฉะนั้น ต้องมาเจรจากันอีกครั้งในช่วงเดือนพ.ย.ว่ามีความเป็นไปได้ในช่วงใด เมื่อถามว่า หากเป็นเดือนพฤศจิกายนโอกาสที่จะได้อภิปราย 5 วันมีน้อยใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ข้อเสนอล่าสุดของฝ่ายค้านถ้าเป็นสัปดาห์หน้าเขาขอ 5 วัน แต่ถ้าเป็นเดือนพฤศจิกายนขอ 4 วัน เพราะฉะนั้น ดูเวลา 4 วัน รวมลงมติอีก 1 วัน เป็น 5 วัน #ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #TPchannel #อภิปรายไม่ไว้วางใจ
229