
ช่างภาพ พ่อหมอ ความรู้เกี่ยวกับศาสนาฮินดูและโหราศาสตร์ภารตะ #howมู INTP, Bisexual, เที่ยวคนเดียว, ชอบทั้งผู้ชายและผู้หญิง, มีแฟนแล้ว
BKK Thailand
Joined July 2010
- Tweets27.1K
- Following3K
- Followers7.7K
- Likes67.3K
บทสวดบูชา #พระพิฆเนศ เซฟเก็บไว้สวดได้ บทสั้น บทยาว บท 108 พระนาม รวมมาไว้ให้แล้ว พร้อมคำแปลภาษาไทยให้ได้อ่านทำความเข้าใจกันด้วย
พอใกล้ทีปาวลีแล้วตรอกแขกพาหุรัดครึกครื้นดี ตะเกียงดิยาร์เอย ของประดับเอย ดูสดใสไปทั้งซอย และเพิ่งเห็นว่ามี instant ประทีปเนยฆีร์ด้วย หยิบมาวางแล้วจุดไฟได้เลย ไม่ต้องตักเนยหยอดเอง เท่แฮะ
หนึ่งเทพที่คนฮินดูนิยมขอความรักมากที่สุด(อีกองค์คือพระกฤษณะ) นอกจากขอความรักแล้ว จริง ๆ เรื่องเงินก็เหมาะ เพราะแม้พระลักษมีจะเป็นเทวีแห่งทรัพย์และความมั่งคั่ง แต่พระศิวะคือเทพที่รวยที่สุดแล้ว
อ่านได้เขียนได้
ถ้าถามว่าคนไทยสามารถอ่านหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงได้หรือไม่ คนไทยส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาค อีกทั้งยังมีแหล่งรวบรวมข้อความที่อ่านจากหลักศิลาจารึก และเรายังมีการศึกษาการเทียบเคียงอังษรและคำในปัจจุบันซึ่งไม่ทราบว่ากัมพูชามีการเรียนการสอนในเรื่องนี้หรือไม่เชื่อว่าคนไทยหลายคนถ้าพูดขึ้นประโยคด้วยคำว่า พ่อกูชื่อ….ทุกคนจะตอบได้ว่าศรีอินทราทิตย์ แน่นอนแต่ถ้าให้คนกัมพูชาวงคำว่าสไบจากจารึกจะสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าคำไหนคือสไบ
ในพระไตรปิฎกมีกล่าวถึงใน วิมังสกสูตร กับ ฉวิโสธนสูตร ถึงวิธีการตรวจสอบ เช่น การพิจารณาความประพฤติเป็นเวลานาน การสอบทานว่าคิดอย่างไร เห็นอะไร จึงเชื่อว่าตัวเองบรรลุ แล้วเอามาเทียบกับแนวคิดแบบพุทธศาสนา
แต่เอาเข้าจริงคือไม่มีวิธีพิสูจน์ที่จับต้องได้
ความเป็นอริยบุคคลนั้นว่ากันด้วยความบริสุทธิ์ของจิต ซึ่งสิ่งนี้เราไม่เห็นด้วยตา จับต้อง ชั่ง ตวง วัด อย่างเป็นรูปธรรมไม่ได้
เป็นเรื่องที่ ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ ผู้รู้ก็พึงรู้เฉพาะตน ดังนั้นถ้าจะพิสูจน์ให้ใคร ๆ เห็นแบบชัดแจ้งเด็ดขาด ก็คงไม่มีจริง ๆ นั่นแหละ
เจ็ดเจือง • ช่างภาพที่ดูดวงได้นิดหน่อย retweeted
เคยเจอคลิปหลุดน้องที่สนิทกัน น่าจะโดนกะเทยหลอกด้วยคลังจิ๋มที่ซื้อมา นี่ก็ช่วยรีพอร์ทรัวๆ เจอก็รีพอร์ทเงียบๆไปเรื่อยๆ
และเข้าเวป stopncii.org เพื่อช่วยให้บล้อคทุกแพลทฟอม ไม่นานก็จางหายไปกับกาลเวลา ถ้าเราบอกเจ้าตัว ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจมั้ย อาจจะลนลาน หรือออกมาโวยวาย โพส หรือไปข่มขู่แอคที่ปล่อย ซึ่งเสี่ยงจะทำให้คนยิ่งค้นหา ยิ่งอยากรู้ จำไว้ว่าถ้าหลุด ให้รีพอร์ตไปเงียบๆ ไม่ต้องทักคุย ไม่ต้องด่า ไม่ต้องโพสชี้แจงอะไรให้คนคุ้ย ถ้าโดนข่มขู่ แจ้งความไปเงียบๆเลย ยิ่งเยาวชน ยิ่งโดนหนักเลย แล้วทุกอย่างจะหายไปกับกาลเวลา ในเนตมีรูปใหม่อัพวินาทีละเป็นล้านๆๆๆ
เป็นเรื่องคู่ขนานกับเหตุการณ์ที่ขุนตาน
ปกติเป็นคนเที่ยวคนเดียวตลอด ขึ้นเขาเข้าป่าอุทยานคนเดียวเป็นเรื่องปกติมาก ซึ่งที่บ้านก็ไม่ห่วงอะไร มีแค่เรื่องอุบัติเหตุเพราะเป็นคนซุ่มซ่ามมาก
รอบนั้นเพื่อนชวนไปเที่ยวขุนตาน ก็บอกที่บ้านตามปกติ ปกติแม่กับพี่สาวจะเตือนให้ระวังตัว แต่รอบนี้ทั้งสองคนดูกังวลผิดปกติ โดยเฉพาะพี่สาว ที่ตอบรับกับอะไรแบบนี้ง่ายมาก ๆ ปกติจะห้อยพระกุเวรหลังหลวงปู่ทวดติดตัวไว้ตลอด ไม่เคยถอด เพราะถอดแล้วป่วยกับเจออะไรแปลก ๆ รอบนั้นถึงขั้นถอดพระให้เราห้อยติดตัวไปด้วย(สมัยนั้นยังไม่ประสาเรื่องลี้ลับ)
ตอนอยู่ขุนตาน ก็อย่างที่เคยเล่าไปแล้ว ในขณะที่พี่สาวอยู่บ้านที่กรุงเทพ คืนที่อยู่ขุนตานก็คือนอยไม่ได้ จากคำบอกเล่าคือช่วฃเคลิ้มหลับจะเห็นคนกลุ่มใหญ่มายืนล้อมเตียง ทุกคนอยู่ในชุดโทรม ๆ วิ่น ๆ สภาพร่างกายไม่ดี บางร่างยืนนิ่ง ๆ บางร่างทำท่าคล้ายกับจะเอื้อมมาจับตัว เห็นภาพลักษณะนี้ในตอนเคลิ้มอยู่หลายรอบ น่ากลัวจนนอนไม่ได้
แต่พอคืนถัดมา เราลองจากขุนตานเข้าเมืองเชียงใหม่ กลุ่มคน(?)เหล่านั้นก็ไม่ปรากฏตัวอีก แต่พี่สาวฉันก็ยังรู้สึกหลอนอยู่
พี่สาวเล่าให้ฟังทีหลังว่าโทรไปคุยกับแม่ ๆ ก็มีอาการวิตกกังวลมากเหมือนกัน แต่ไม่ได้เห็นอะไรประหลาด
ส่วนฉันพอกลับกรุงเทพ เห็นสภาพพี่สาวแล้วก็สงสาร เพราะตาโหลมาก เลยรีบคืนสร้อยพระให้ไป หลังจากนั้นพี่สาวก็บูชาพระกุเวรมาให้องค์นึง เอาไว้พกติดตัวเวลาไปเที่ยว
ซึ่งหลังจากนั้นก็มีเข้าป่าบ้าง ไปเกาะบ้าง ที่บ้านก็ไม่ได้มีอาการวิตกกัฃวลใด ๆ แบบครั้งนั้นอีก ก็แปลกดี
**ความคิดเห็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน**
ส่วนตัวเชื่อว่าสาเหตุมาจากสร้อยพระที่พี่สาวถอดให้มา ไม่ใช่ว่าพระไม่ดี เพราะถ้าไม่ดีจริงฉันคงไม่กินอิ่มนอนอุ่นแบบนั้น แต่เพราะพี่สาวห้อยพระองค์นี้ไว้ตลอดแทบไม่ถอดมาเป็นระยะเวลานานมาก สิ่งของที่ติดตัวก็เลยทำหน้าที่เหมือนเป็นสื่อไปหาพี่สาวซึ่งรับสัมผัสอะไรแบบนี้ได้ง่ายและไว หวยเลยไปออกที่นู่นแทนที่จะเป็นที่นี่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าไม่ห้อยพระไป จะเจออะไรแบบนั้นไหม แต่เพื่อนบอกว่าเจออะไรแปลก ๆ เหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าอะไร
สมาธิ = การทำจิตตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
วิปัสนา = การพิจารณาเพื่อให้เกิดปัญญา
องค์ความรู้ที่พระโคตมะประมวลผลออกมาได้ เกิดจากการพิจารณาและใคร่ครวญด้วยวิปัสนา จนเข้าใจในกระบวนการว่ามันมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป จากนั้นก็จำแนกต่อไปอีก ว่าทั้งหมดนี้มันคือทุกข์ มีกี่แบบ เกิดจากอะไร ดับที่ตรงไหน ทำอย่างไรจึงจะดับ ฯลฯ
มันเป็นไปตามเหตุและผล แค่ต้องมีเวลานั่งคิด พิจารณา และใคร่ครวญจนเข้าใจ เพราะงี้สมณะจึงเป็นภิกขุ(ผู้ขอ, ขอทาน) เพื่อจะได้ไม่ต้องไปโฟกัสกับสิ่งอื่นนอกจากการใคร่ครวญสิ่งเหล่านี้เพื่อให้ตรัสรู้
ด้วยความอยากลอง เลยไปนั่งดูดวงที่เขามาออกบูธ แล้วหมอดูก็ผูกดวง บอกเนี่ย เกิดวันเสาร์ ดาวประจำตัวตือธาตุไฟ แต่เป็นไฟนรก จะทำให้ชีวิตมรแต่เรื่องร้อนใจ ต้องแก้ด้วยการพกเหรียญพญาครุฑ ให้ครุฑไปดับไฟ หมอมีให้บูชา บลา ๆ
นั่นน่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้ง ที่ส่งผ่านความเหยียดหยามออกไปทางสายตาแบบรุนแรงที่สุด
เจ็ดเจือง • ช่างภาพที่ดูดวงได้นิดหน่อย retweeted
ไปอ่านเจอมาว่า... ร้านข้าวอร่อยมักมีรูปในหลวงติดเต็มฝาผนัง ผลไม้ต้องแม่ค้าอ้วน กาแฟต้องทอมบาริสต้า ตัดผมต้องพี่กะเทย แต่งหน้ายกให้ช่างสาวสอง ร้านส้มตำต้องป้าตำแล้วสั่งผัวนึ่งข้าวเหนียว ลูกชิ้นทอดต้องลุงพูดเก่งใจดี หมาล่าให้อร่อยต้องพม่าทำ ยำกะเทย ลาบชายแท้ ส่วนทำจมูกอยากได้สวยมหัศจรรย์เลือกหมอผู้ชาย คุยรู้เรื่องตามใจเลือกหมอผู้หญิง ก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยต้องอาเฮียใส่เสื้อกล้าม โรตีอร่อยต้องบังอารมณ์ดี น้ำปั่นอร่อยต้องป้าปากร้ายแต่ให้เยอะ ข้าวหมูกรอบอร่อยต้องเฮียหน้าบึ้ง ไก่ทอดต้องมุสลิมทำ
1. บริจาคทาน ขึ้นอยู่กับว่าดาวอะไรจรมาส่งผลเสีย ก็จะเลือกบริจาคทานให้กับสิ่งที่เป็นตัวแทนของดาวนั้น ๆ
2. สวมอัญมณีแทนดาวที่ให้คุณกับตัวเรา
3. ทำพิธีบูชาทุกเดือน


































