Pinned Tweet
โพยภาษีปี 2026 มาแล้ว ซื้อได้เลย ไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นปี ! ทั้ง RMF และ Thai ESG
อ่านต่อที่ finnomena.com/finnomenafunds…
💰 ลดหย่อนภาษีด้วย Thai ESG ซื้อเท่าไหร่ให้คุ้มค่าที่สุด? รายได้เท่านี้ ลงทุน Thai ESG ได้เท่าไหร่ ประหยัดภาษีได้กี่บาท? ใครที่ปีนี้ลงทุนกับ RMF ไปเยอะแล้ว ยังควรซื้อ Thai ESG เพิ่มอีกไหม? Finnomena Funds สรุปมาให้แล้ว!
อ่านเพิ่มเติม 👉 finno.me/buy-thaiesg-tw
#TaxTactic2026
…
🎯 Tax Tactic 2026 เติม-ปรับ-ขยับพอร์ต
อีกก้าวของการเติม Tactic ใหม่ในการวางแผนการลงทุนลดหย่อนภาษี
โปรโมชันพิเศษ ลูกค้าใหม่เปิดบัญชีกองทุนรวมผ่าน Finnomena Funds รับ E-Voucher Shopee มูลค่า 100 บาท* พร้อมแผนกองทุนประหยัดภาษี** ฟรี!
ระยะเวลากดรับโปรโมชันตั้งแต่ 1 กันยายน - 25 ธันวาคม 2569
**ลูกค้าใหม่ต้องกดรับสิทธิ์ก่อนเปิดบัญชี**
เริ่มวางแผนภาษีได้เลย 👉 finno.me/tsf-x
🇺🇸 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีโอกาสเติบโตน่าสนใจ แต่ท่ามกลางหุ้นและ ETF จำนวนมาก การเลือกลงทุนไม่ใช่แค่การมองหาบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาด้วยว่าราคาที่จ่ายไปเหมาะสมกับพื้นฐานหรือไม่ และโอกาสสร้างผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องแบกรับเพียงใด
นี่จึงเป็นที่มาของกรอบวิเคราะห์ FVMR ซึ่งพิจารณาการลงทุนผ่าน 4 มิติ ได้แก่ Fundamentals (พื้นฐานธุรกิจ), Valuation (ความเหมาะสมของราคา), Momentum (แนวโน้มการเติบโต) และ Risk (ความเสี่ยง) โดยนำปัจจัยเหล่านี้มาประเมินร่วมกัน เพื่อช่วยคัดเลือกสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ
✅ กองทุน US-FVMR ที่นำกลยุทธ์ FVMR มาใช้คัดเลือกโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านทั้ง ETF และหุ้นรายตัว ควบคู่กับการปรับสัดส่วนพอร์ตและบริหารความเสี่ยงตามกลยุทธ์ที่กำหนด เพื่อมุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม 👉 finno.me/review-us-fvmr-x
...
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
🇺🇸 อัปเดตมุมมอง US Midterm-Elections: Blue Wave ซัดถึง Texas หุ้นเทคทั่วโลกผันผวนระยะสั้น แต่ยังเป็นโอกาสทยอยสะสม
◼ พรรค Democrat ทำผลงานเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ดีกว่าคาด พลิกชนะตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ Texas
◼ ตลาดกังวลนโยบายหยุดโครงการ Data Center ซึ่งอาจกระทบการลงทุน AI Infrastructure
◼ หุ้นทั่วโลกเผชิญแรงขาย นำโดยหุ้นชิปและที่เกี่ยวข้องกับ AI
“Finnomena Funds ยังมีมุมมองเชิงบวก ต่อหุ้นสหรัฐฯ หุ้นเทคโนโลยี และหุ้นญี่ปุ่น จากความต้องการใช้ AI ที่สูงขึ้น แต่ความเสี่ยงด้านการลงทุน Data Center อาจสร้างความผันผวนในระยะสั้น”
🟢 กองทุนแนะนำ
🚀 หุ้นเทคโนโลยี ทยอยสะสมกองทุน
K-GTECH -> finnomena.onelink.me/10bl/m2…
LHSUPERAI -> finnomena.onelink.me/10bl/lg…
🌏 หุ้นโลกที่เน้นลงทุนในเทคโนโลยี ทยอยสะสมกองทุน
K-GNEXT-A(A) -> finnomena.onelink.me/10bl/bf…
🇺🇸 หุ้นสหรัฐฯ ทยอยสะสมกองทุน
KF-SP500M -> finnomena.onelink.me/10bl/lh…
🇯🇵 หุ้นญี่ปุ่น ทยอยสะสมกองทุน KT-JAPANALL-A
TOP11JPN -> finnomena.onelink.me/10bl/80…
...
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT
FIN SAVE by KKP บัญชีออมทรัพย์ที่คิดมาเพื่อคนลงทุน
ให้คุณได้ทั้งดอกเบี้ยสูงสุด 1.5% ต่อปี* และใช้เป็นบัญชี Settlement หลัก ตัดเงินซื้อกองทุนรวมได้ทันที ไม่ต้องสลับแอปให้ยุ่งยาก เปิดบัญชีง่ายผ่านแอป Finnomena
เพื่อให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น เปิดบัญชี FIN SAVE by KKP ได้เลยวันนี้
เปิดบัญชี : finnomena.com/partners/kkp/l…
* อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทรกำหนด
หมายเหตุ : อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทรกำหนด | บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ FIN SAVE by KKP เป็นผลิตภัณฑ์ของธนาคารเกียรตินาคินภัทร | เงื่อนไขผลิตภัณฑ์ ให้บริการเฉพาะประเภทลูกค้า (1) บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป มีบัตรประชาชนแบบ Smart Card | ผู้ฝากสามารถขอเปิดบัญชีได้เฉพาะบัญชีที่มีชื่อบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของบัญชี และผู้ฝาก 1 ราย เปิดได้ 1 บัญชี โดยไม่จำกัดรายการฝาก | ผู้ฝากสามารถเปิดบัญชีได้ด้วยตนเองผ่านแอปฯ Finnomena ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. โดยทำการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านบริการ NDID | การคำนวณดอกเบี้ยของบัญชี FIN SAVE by KKP คิดแบบขั้นบันได (Step Up) ตามอัตราที่กำหนดในแต่ละวงเงิน ธนาคารจะคำนวณจากยอดเงินคงเหลือ ณ สิ้นวัน โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินฝากของลูกค้า | ธนาคารจะคำนวณและหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยเงินฝากตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด | หากพบปัญหาเกี่ยวกับการเปิดบัญชีไม่สำเร็จหรือบริการทางบัญชีเพิ่มเติม โปรดติดต่อ KKP Contact Center โทร 02-165-5555 กด 5 ต่อจากนั้น กด 1 เวลา 07.00-20.00 น. ของทุกวัน | หากต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน Finnomena Application โปรดติดต่อ 02-026-5100 เวลา 09.00 - 17:00 น. ทุกวันทำการ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวม
จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 🇺🇸 เดโมแครตลุ้นครอง 2 สภา
- นักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางคำเตือนจากนักวิเคราะห์ว่า ตลาดอาจยังไม่ได้สะท้อนราคา (Pricing in) ฉากทัศน์ที่พรรคเดโมแครตจะคว้าชัยชนะครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา (Blue Wave) อย่างเต็มที่
- โดย JPMorgan คาดว่าหากเกิด Blue Wave จริง ดัชนี S&P 500 อาจปรับตัวลงราว 0.5% ในระยะสั้น สวนทางกับกรณีที่พรรครีพับลิกันรักษาเสียงข้างมากไว้ได้ซึ่งจะหนุนให้เกิดแรงซื้อขานรับความโล่งใจ (Relief Rally) แม้สถิติในอดีตนับตั้งแต่ยุค 1980 ชี้ว่าดัชนีมักเป็นบวกในระยะ 1 ปีหลังการเลือกตั้ง แต่ BTIG เตือนว่าปีนี้แตกต่างออกไป เนื่องจากดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นร้อนแรงระดับ 2 หลักมาตั้งแต่ต้นปี 2026 โดยไม่ได้ย่อตัวลงมาก่อนการเลือกตั้ง จึงมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานสวนทางทฤษฎีสถิติในอดีต
- การรับมือของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมหากเดโมแครตชนะถล่มทลาย จากเข้มงวดของนโยบายและมาตรการภาษีต่อกลุ่ม Data Center ในระดับรัฐ เช่น รัฐเท็กซัส เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มกลาโหมที่อาจถูกกดดันจากการจำกัดงบประมาณรายจ่าย
- ในทางกลับกัน กลุ่มการแพทย์และโรงพยาบาลอย่าง HCA Healthcare และ UnitedHealth จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นคืนเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภายใต้ Affordable Care Act ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์อาจต้องรับมือกับความไม่แน่นอนจากแนวคิดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10%
- นอกจากประเด็นการเมืองภายในแล้ว ปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากการยกระดับการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหลังเลือกตั้ง อาจฉุดให้ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภคช่วงเทศกาล Thanksgiving และดับหวังการปรับตัวขึ้นช่วงปลายปี ทั้งนี้ Evercore ISI ประเมินว่า หากเดโมแครตพลิกกลับมาครองสภาควบคู่กับความรุนแรงในอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง ดัชนี S&P 500 มีโอกาสย่อตัวลงระดับ 2 หลักแตะระดับ 6,800 จุดได้ก่อนสิ้นปี นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการจัดพอร์ตรับมือความผันผวนหลังทราบผลคะแนน
- โดยสรุป ภาพรวมการลงทุนหลังศึกเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนและปัจจัยรอบด้านที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดย Evercore ISI ประเมินว่า หากเกิดฉากทัศน์ที่พรรคเดโมแครตพลิกกลับมาครองสภา ร่วมกับการยกระดับความรุนแรงในอิหร่านจนดันราคาน้ำมันพุ่งสูง ดัชนี S&P 500 ก็มีโอกาสที่จะย่อตัวลงระดับ 2 หลักไปแตะระดับ 6,800 จุดได้ก่อนสิ้นปี นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการจัดพอร์ตเพื่อรับมือกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นหลังทราบผลการเลือกตั้ง
จับตาผลเลือกตั้งกลางเทอม ลุ้นเดโมแครต ครอง 2 สภา Morning Brief 04/11/2026 teapawt.org/i/broadcasts/2JQlBKobe…
เมื่อพูดถึงการสร้างรายได้จากการลงทุน “หุ้นปันผล” มักเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะมีโอกาสได้รับเงินปันผลเป็นระยะ ทำให้หลายคนมองว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างรายได้ไว้ใช้ในช่วงเกษียณ
แต่ในโลกการลงทุนที่ความผันผวนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การฝากความหวังไว้กับหุ้นปันผลเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดสำหรับคนที่ต้องการสร้าง Income ในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม 👉 finno.me/dividend-stocks-not…
#GlobalMultiIncomeStrategy #GMI
…
พอร์ต Global Multi-Income Strategy (GMI) เน้นสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ในรูปแบบของกองทุนที่เน้นการจ่ายปันผล หรือการรับซื้อคืนอัตโนมัติ (Auto Redemption) เฉลี่ย 3-5% ต่อปี (ไม่ใช่การการันตี) ควบคู่กับไปสร้างการเติบโตของเงินต้นในระยะยาว ผ่านนโยบายการลงทุนที่ครอบคลุมสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทั่วโลก
💰 เริ่มต้นสร้างแผน GMI ได้ที่ finno.me/plan-gmi-x
4 ธนาคารกลางคงดอกเบี้ย จับตาสัญญาณ Hawkish ทิศทางดอกเบี้ยโลก - ชมรมหุ้นกู้ teapawt.org/i/broadcasts/2ybValAMv…
ทองคำร่วงแรง! 55,000 บาททองไทย รับไหวไหม ? - The Investo 03/11/69 teapawt.org/i/broadcasts/2dKYgmNWK…
Wealth ดี Health ก็ต้องดี เช็กสุขภาพพอร์ต พร้อมต่อยอดสุขภาพกาย
ด้วยบริการ Wealth Health Check จาก Finnomena Funds และ Definit
ด้วยความร่วมมือจากโรงพยาบาลสมิติเวช
เพราะความมั่งคั่งที่ดี ไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน แต่คือการมีสุขภาพที่ดี เพื่อได้ใช้ชีวิตกับความมั่งคั่งนั้นอย่างเต็มที่
📊 Wealth Check: เช็กพอร์ตกองทุนรวม หุ้น และหุ้นกู้
▪ พอร์ตเหมาะกับเป้าหมายหรือไม่
▪ สัดส่วนการลงทุนยังเหมาะสมหรือไม่
▪ ความเสี่ยงที่รับได้เปลี่ยนไปหรือไม่
ได้ Health Check Report บอกสถานะของพอร์ต
พร้อมให้ที่ปรึกษาการลงทุนช่วยส่งรายงานฉบับเต็มและคำแนะนำให้กับคุณ
🩺 Health Check: เช็กสุขภาพกาย
▪ รับสิทธิ์ส่วนลดแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษจากโรงพยาบาลสมิติเวช
สำหรับลูกค้าที่ทำ Health Check สำเร็จ 200 ท่านแรก*
ระยะเวลากิจกรรม : 2 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2569
ตรวจสุขภาพพอร์ต 👉 lhttps://finno.me/wyLac
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม 👉 finno.me/AIZwv
* เแคมเปญนี้เป็นความร่วมมือระหว่างฟินโนมีนาและโรงพยาบาลสมิติเวช เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort
📈 กองทุนที่น่าซื้อ อาจไม่ใช่กองทุนที่พอร์ตคุณต้องการ
ก่อนเลือก RMF & Thai ESG ปีนี้ ลองดูให้ชัดว่าพอร์ตเรามีอะไรอยู่แล้ว และยังขาดอะไรไป
🎯 เจาะ 4 กลยุทธ์ลงทุน Tax Tactic 2026 กับ คุณการ์ด พร้อมแนวทางเลือกกองทุนลดหย่อนให้เหมาะกับพอร์ต ไม่ใช่แค่เลือกตามกระแส
วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569
เวลา 18.30–20.00 น.
สัมมนาออนไลน์ผ่าน Zoom
เข้าร่วมฟรี คลิก finno.me/4nov26-x
ร่วมวางแผนลดหย่อนปีนี้ ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนระยะยาวของคุณ
การสัมมนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป มิได้เป็นคำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
คำเตือน : ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุน RMF และ Thai ESG ตามคู่มือการลงทุนและข้อกำหนดของกรมสรรพากร กรณีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษีจะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 แะทาง LINE @FinnomenaPort
นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ 🇺🇸 คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงเหลือ 32% ด้านสถิติชี้ ตลาดหุ้นมักพุ่งแรง 15% รับภาวะสภาแตก!
- ผลสำรวจความคิดเห็นระดับชาติของ Reuters/Ipsos ชี้ว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทรงตัวอยู่ที่ 32% ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31% สะท้อนความเปราะบางของพรรครีพับลิกันจากกดดันของค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงนับตั้งแต่เปิดศึกกับอิหร่าน ส่งผลให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกเดโมแครตมากกว่ารีพับลิกันในภาพรวมสภาที่ 46% ต่อ 38% โดยกลุ่มผู้ลงคะแนนอิสระครึ่งหนึ่งมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสส่งเสียงต่อต้านทรัมป์
- เดโมแครตต้องการเก้าอี้เพิ่มอีกเพียง 3 ที่นั่งในสภาล่าง และ 4 ที่นั่งในวุฒิสภาเพื่อพลิกกลับมาครองเสียงข้างมาก ซึ่งจะเพิ่มพลังคานอำนาจในการบล็อกกฎหมายของทรัมป์ ตลอดจนเปิดการสืบสวนสอบสวน หรือยับยั้งการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม กระบวนการนับคะแนนในสหรัฐฯ ที่ซับซ้อนตามกฎหมายของแต่ละรัฐ อาจทำให้การประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการในบางพื้นที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่หลายชั่วโมงไปจนถึงหลายสัปดาห์
- ความล่าช้าในการทราบผลอาจเกิดปรากฏการณ์คะแนนลวงตา (Mirage) ที่ผู้สมัครฝั่งใดฝั่งหนึ่งมีคะแนนนำในช่วงแรกจากบัตรล่วงหน้าหรือบัตรส่งทางไปรษณีย์ ก่อนที่คะแนนจะพลิกกลับเมื่อนับคะแนนสดครบถ้วน นอกจากนี้ รัฐแคลิฟอร์เนียเปิดให้นับบัตรที่ประทับตราไปรษณีย์ในวันเลือกตั้งได้แม้ส่งมาถึงทีหลัง ขณะที่อะแลสกาซึ่งใช้ระบบลงคะแนนแบบเลือกตามลำดับความชอบ (Ranked-choice voting) อาจต้องรอถึงกลางเดือนพฤศจิกายนเพื่อสรุปผลขั้นสุดท้าย
- แม้นักลงทุนจะกังวลก่อนวันเลือกตั้ง แต่มุมมองประวัติศาสตร์กลับชี้ไปในทิศทางบวก โดยสถิติดัชนี S&P 500 ย้อนหลังตั้งแต่ปี 1980 พบว่าดัชนีมักปรับขึ้นเฉลี่ย 13.7% ในเวลา 1 ปีหลังเลือกตั้งกลางเทอม และให้ผลตอบแทนบวกถึง 91% จาก 11 ครั้งหลังสุด ที่น่าสนใจคือ ตลาดหุ้นมักชอบภาวะ "สภาแตก" (Divided Government) ที่พรรคของประธานาธิบดีไม่ได้ครองเสียงข้างมากมากกว่า โดยทำผลงานเติบโตเฉลี่ยได้สูงถึง 15% ในช่วง 1 ปีถัดมา
- หากผลเลือกตั้งออกมาเป็นกรณีสภาแตกโดยเดโมแครตครองสภาแต่ประธานาธิบดีมาจากรีพับลิกัน สถิติในอดีต (ปี 1986, 1990 และ 2006) พบว่าแม้วันแรกดัชนี S&P 500 อาจย่อตัวลงเล็กน้อย 0.5% แต่ในภาพรวม 1 เดือนจะปรับขึ้น 3.4% และพุ่งขึ้นเฉลี่ย 10.9% หลังผ่านไป 1 ปี เนื่องจากการแบ่งแยกอำนาจช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้จ่ายงบประมาณเกินตัวหรือการผ่านกฎหมายสุดโต่งเพียงฝ่ายเดียว
- อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าปัจจัยการเมืองเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ทิศทางตลาดหุ้นที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับปัจจัยมหภาค เช่น นโยบายดอกเบี้ยของเฟด ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน เทรนด์การลงทุน AI และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่าน แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เมื่อความไม่แน่นอนทางการเมืองผ่านพ้น ตลาดมักจะตอบรับด้วยแรงซื้อดันราคาช่วงท้ายปี (Santa rally) ตามสถิติในอดีต
นับถอยหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ 🇺🇸 คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงเหลือ 32% ด้านสถิติชี้ ตลาดหุ้นมักพุ่งแรง 15% รับภาวะสภาแตก!
- ผลสำรวจความคิดเห็นระดับชาติของ Reuters/Ipsos ชี้ว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทรงตัวอยู่ที่ 32% ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31% สะท้อนความเปราะบางของพรรครีพับลิกันจากกดดันของค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงนับตั้งแต่เปิดศึกกับอิหร่าน ส่งผลให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกเดโมแครตมากกว่ารีพับลิกันในภาพรวมสภาที่ 46% ต่อ 38% โดยกลุ่มผู้ลงคะแนนอิสระครึ่งหนึ่งมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสส่งเสียงต่อต้านทรัมป์
- เดโมแครตต้องการเก้าอี้เพิ่มอีกเพียง 3 ที่นั่งในสภาล่าง และ 4 ที่นั่งในวุฒิสภาเพื่อพลิกกลับมาครองเสียงข้างมาก ซึ่งจะเพิ่มพลังคานอำนาจในการบล็อกกฎหมายของทรัมป์ ตลอดจนเปิดการสืบสวนสอบสวน หรือยับยั้งการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม กระบวนการนับคะแนนในสหรัฐฯ ที่ซับซ้อนตามกฎหมายของแต่ละรัฐ อาจทำให้การประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการในบางพื้นที่ต้องใช้เวลาตั้งแต่หลายชั่วโมงไปจนถึงหลายสัปดาห์
- ความล่าช้าในการทราบผลอาจเกิดปรากฏการณ์คะแนนลวงตา (Mirage) ที่ผู้สมัครฝั่งใดฝั่งหนึ่งมีคะแนนนำในช่วงแรกจากบัตรล่วงหน้าหรือบัตรส่งทางไปรษณีย์ ก่อนที่คะแนนจะพลิกกลับเมื่อนับคะแนนสดครบถ้วน นอกจากนี้ รัฐแคลิฟอร์เนียเปิดให้นับบัตรที่ประทับตราไปรษณีย์ในวันเลือกตั้งได้แม้ส่งมาถึงทีหลัง ขณะที่อะแลสกาซึ่งใช้ระบบลงคะแนนแบบเลือกตามลำดับความชอบ (Ranked-choice voting) อาจต้องรอถึงกลางเดือนพฤศจิกายนเพื่อสรุปผลขั้นสุดท้าย
- แม้นักลงทุนจะกังวลก่อนวันเลือกตั้ง แต่มุมมองประวัติศาสตร์กลับชี้ไปในทิศทางบวก โดยสถิติดัชนี S&P 500 ย้อนหลังตั้งแต่ปี 1980 พบว่าดัชนีมักปรับขึ้นเฉลี่ย 13.7% ในเวลา 1 ปีหลังเลือกตั้งกลางเทอม และให้ผลตอบแทนบวกถึง 91% จาก 11 ครั้งหลังสุด ที่น่าสนใจคือ ตลาดหุ้นมักชอบภาวะ "สภาแตก" (Divided Government) ที่พรรคของประธานาธิบดีไม่ได้ครองเสียงข้างมากมากกว่า โดยทำผลงานเติบโตเฉลี่ยได้สูงถึง 15% ในช่วง 1 ปีถัดมา
- หากผลเลือกตั้งออกมาเป็นกรณีสภาแตกโดยเดโมแครตครองสภาแต่ประธานาธิบดีมาจากรีพับลิกัน สถิติในอดีต (ปี 1986, 1990 และ 2006) พบว่าแม้วันแรกดัชนี S&P 500 อาจย่อตัวลงเล็กน้อย 0.5% แต่ในภาพรวม 1 เดือนจะปรับขึ้น 3.4% และพุ่งขึ้นเฉลี่ย 10.9% หลังผ่านไป 1 ปี เนื่องจากการแบ่งแยกอำนาจช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้จ่ายงบประมาณเกินตัวหรือการผ่านกฎหมายสุดโต่งเพียงฝ่ายเดียว
- อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าปัจจัยการเมืองเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ทิศทางตลาดหุ้นที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับปัจจัยมหภาค เช่น นโยบายดอกเบี้ยของเฟด ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน เทรนด์การลงทุน AI และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่าน แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เมื่อความไม่แน่นอนทางการเมืองผ่านพ้น ตลาดมักจะตอบรับด้วยแรงซื้อดันราคาช่วงท้ายปี (Santa rally) ตามสถิติในอดีต
🎯 สรุปกองทุนแนะนำ โอกาสทยอยสะสม รับจุดเปลี่ยน Mid-Term Election
Finnomena Funds ยังเน้นโอกาสการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ และโครงสร้างพื้นฐาน AI รวมถึงหุ้นเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทาน AI โดยใช้จังหวะตลาดผันผวนทยอยสะสม
✨ สรุปกองทุนแนะนำ
🚀 กองทุน K-GTECH (ความเสี่ยงระดับ 7)
ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพทั่วโลก บริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ยาวนาน และใช้แนวทางคัดเลือกหุ้นเติบโตในระดับราคาที่เหมาะสม (Growth at Reasonable Price)
ลงทุนได้ที่ -> finnomena.onelink.me/10bl/m2…
📟 กองทุน M-GMEMORY (ความเสี่ยงระดับ 7)
ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Memory Chips ทั่วโลก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของ AI ความต้องการยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
ลงทุนได้ที่ -> finnomena.onelink.me/10bl/9g…
🇺🇸 กองทุน KT-KOREA (ความเสี่ยงระดับ 6)
ลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของชิปหน่วยความจำ (Memory Chips)
ลงทุนได้ที่ -> finnomena.onelink.me/10bl/nd…
🟡 กองทุน A-GRID (ความเสี่ยงระดับ 7)
ลงทุนในธีม Smart Grid หรือโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงจาก AI และ Data Center
ลงทุนได้ที่ -> finnomena.onelink.me/10bl/z6…
🤖 กองทุน LHSUPERAI (ความเสี่ยงระดับ 7)
ลงทุนในหุ้น AI Infrastructure ซึ่งเน้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ครอบคลุมตั้งแต่ชิปประมวลผล หน่วยความจำ ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงระบบระบายความร้อนของ Data Center
ลงทุนได้ที่ -> finnomena.onelink.me/10bl/lg…
🇺🇸 กองทุน TOP11JPN (ความเสี่ยงระดับ 6)
ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นแบบคัดเน้น 11 ตัว เป็นทางเลือกสำหรับเข้าถึงตลาดหุ้นญี่ปุ่นชั้นนำจากดัชนี TOPIX ซึ่งได้ประโยชน์จากการเติบโตของหุ้นอิเล็กทรอนิกส์
ลงทุนได้ที่ -> finnomena.onelink.me/10bl/80…
...
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT
สหรัฐฯ - อิหร่านพร้อมเจรจา น้ำมันร่วงวันเดียว 7% Morning Brief 03/11/2026 teapawt.org/i/broadcasts/2YRnKOJgO…
นับถอยหลัง 3 พ.ย.! เลือกตั้งสหรัฐฯ ชนวนสงครามอิหร่านปะทุ พร้อมทิศทางหุ้นเทคฯ หลังงบออก - Finnomena Live teapawt.org/i/broadcasts/2ybVEqNKJ…
เพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกในการค้นหาข้อมูลการลงทุนหุ้นกู้กับ Bond Quote
แหล่งรวมข้อมูลหุ้นกู้ที่ช่วยให้คุณค้นหาและดูข้อมูลหุ้นกู้ได้ในที่เดียว ครอบคลุมทั้ง หุ้นกู้ตลาดแรกและตลาดรอง พร้อมช่องทางขอจองซื้อ ครบในที่เดียว ใช้งานได้ทั้งบนเว็ปไซต์และแอปฯฟินโนมีนา
🔎 ดูข้อมูลหุ้นกู้ได้ที่ : finnomena.onelink.me/10bl/zz…
คำเตือน: ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในหุ้นกู้ไม่ใช่การฝากเงิน | การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น มิใช่สิ่งชี้นำการซื้อขายตราสารหนี้ที่เสนอขาย และไม่ได้เป็นการรับประกันความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้ | บลป. เดฟินิท เป็นบริษัทในเครือฟินโนมีนา ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่ปรึกษาการลงทุนจากสำนักงาน ก.ล.ต. | บลป. เดฟินิท เป็นเพียงผู้แนะนำและอำนวยความสะดวกในการขอจองซื้อหุ้นกู้กับบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ที่เปิดให้จองหุ้นกู้เท่านั้น มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่ายหุ้นกู้แต่อย่างใด.
ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือข้อร้องเรียนได้ที่ บลป.เดฟินิท 02-026-5121
Finnomena on Tour บุกถึง ระยอง 🏖️
ปลายปี ไม่ได้มีแค่เรื่อง “ภาษี” ที่ต้องวางแผน
แต่ยังเป็นจังหวะสำคัญที่จะได้ทบทวน “มุมมองลงทุน” และ “พอร์ต” ให้พร้อมสำหรับทุกฤดูการลงทุน
งานนี้ Finnomena ชวนชาวระยองมา อัปเดตให้ครบกับ 3 Highlight สำคัญ ทั้ง ภาษี - มุมมองลงทุน - พอร์ต ในงานเดียว
▪️ อัปเดตมุมมองการลงทุนกับ Finnomena Outlook 2026 ภาพการลงทุนและประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาคืออะไร เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสและความเสี่ยงในช่วงสิ้นปี
▪️ อัปเดตภาษีปี 26 พร้อม Finnomena Tax Tactic เจาะลึกเรื่องสิทธิลดหย่อน เงื่อนไขภาษีล่าสุด และแนวทางเลือกกองทุนลดหย่อนภาษี RMF & Thai ESG ให้เหมาะกับแผนการลงทุน
▪️ ปิดท้ายด้วยการเจาะลึก All Weather Strategy กับ Andrew Stotz, Ph.D., CFA ทำความเข้าใจแนวคิดการจัดและกระจายพอร์ต เพื่อเตรียมรับมือกับสภาวะตลาดที่หลากหลาย
พิเศษ! สิทธิ์ Exclusive Private Session* สำหรับผู้ที่สนใจ พูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองการลงทุนแบบ 1 on 1 กับ Andrew Stotz, CEO, A. Stotz Investment Research
พบกันที่ระยอง
📆 วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569
🕙 09:30 - 12:00 น.
📍 Novotel Rayong Star Convention Centre
เข้าร่วมฟรี ลงทะเบียนได้ที่ finno.me/ontour-ryg26-x
หมายเหตุ : สงวนสิทธิ์สำหรับกิจกรรม Exclusive Private Session สำหรับนักลงทุนที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรม 5 ท่านแรกเท่านั้น โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ จะได้รับ Confirmation Email จากทีมผู้จัดงานภายในวันที่ 28 ตุลาคม 2569
การสัมมนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป มิได้เป็นคำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เดือนตุลาคม 2026 หุ้นจีน 🇨🇳 เจ็บสุดในรอบ 10 ปี ร่วงยาวนานเป็นประวัติการณ์ ลบติดต่อกัน 12 สัปดาห์ ! รัฐบาลจีนประชุมด่วน ออกมาตรการพยุงตลาด
ตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงขายหนักในเดือนตุลาคม 2026 โดยดัชนี CSI 300 ซึ่งรวมหุ้นใหญ่ในเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น ร่วง -8.5% เป็นการปรับตัวลงรายเดือนหนักที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2016 หรือกว่า 10 ปี พร้อมลงต่อเนื่องถึง 12 สัปดาห์ติด รวมประมาณ -15% ถือเป็นช่วงขาลงรายสัปดาห์ที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์
แรงขายกดดันหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะ ท่ามกลางความกังวลว่าเงินลงทุนมหาศาลจะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่ โดยเฉพาะวันที่ 30 ตุลาคม ดัชนี STAR 50 ร่วงถึง 5.5% ภายในวันเดียว
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทางการจีนเตรียมขยับ โดย SCMP รายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) พร้อมหน่วยงานกำกับดูแลการเงินและตลาดทุน เตรียมประชุมกับธนาคารรายใหญ่ เพื่อหารือแนวทางเสริมเสถียรภาพตลาดหุ้น
ประเด็นสำคัญคือการปรับปรุงโครงการสินเชื่อที่ช่วยให้บริษัทจดทะเบียนซื้อหุ้นคืน และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซื้อหุ้นเพิ่ม ซึ่งอาจช่วยสร้างแรงซื้อและเรียกความเชื่อมั่นกลับเข้าสู่ตลาด
โจทย์ต่อจากนี้จึงอยู่ที่ว่า มาตรการพยุงตลาดจะเปลี่ยนเป็นแรงซื้อจริงได้มากแค่ไหน และเพียงพอให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนฟื้นตัวหรือไม่
⚪ มุมมอง Finnomena Funds แนะนำ Hold ต่อหุ้นจีน A-Shares โดยให้น้ำหนักกับการติดตามประสิทธิผลของมาตรการภาครัฐและแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
ตลาดหุ้นจีนยังคงมีความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้มาตรการพยุงตลาดอาจช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านลบในระยะสั้น
หลังมีรายงานว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) และหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน (CSRC) เตรียมหารือกับสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนตลาดหุ้น โดยหนึ่งในมาตรการที่อยู่ระหว่างพิจารณาคือการปรับปรุงโครงการปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการซื้อหุ้นคืนและการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดยังจำเป็นต้องอาศัยมาตรการที่เป็นรูปธรรมและสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กัน
...
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT
ทรัมป์ 🇺🇸 ยอมรับรีพับลิกันส่อแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เปรยพร้อมรับบท 'Mr. Veto' ยับยั้งกฎหมายฝั่งตรงข้าม
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณยอมรับเป็นครั้งแรกว่าพรรครีพับลิกันอาจสูญเสียเสียงข้างมากในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยเปิดเผยผ่านการให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ Pod Force One ของ New York Post ว่า หากพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในรัฐสภา เขาพร้อมรับบทบาทเป็น "Mr. Veto" เพื่อใช้อำนาจยับยั้งร่างกฎหมายจากฝ่ายตรงข้ามเป็นเวลา 1–2 เดือน ก่อนที่จะเริ่มเปิดการเจรจาต่อรองข้อตกลงร่วมกัน
- แม้ทรัมป์จะเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงในรัฐฐานเสียงสำคัญอย่างแคนซัสและไอโอวา ท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อปัญหาค่าครองชีพและสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน แต่ผลสำรวจส่วนใหญ่ยังชี้ว่าเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะแย่งชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรคืนได้ ขณะที่การแข่งขันในวุฒิสภาก็เป็นไปอย่างก้ำกึ่ง นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวติดฮิวเมอร์ว่าอยากลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยหากมีโอกาส แต่ข้อความในรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมบทที่ 22 จำกัดวาระไว้อย่างชัดเจนไม่เกิน 2 สมัย
- ขณะเดียวกัน ทีมงานระดับสูงของไวท์เฮาส์ นำโดย สตีเฟน มิลเลอร์ และ รัสเซลล์ โวต์ ได้ซุ่มเตรียมแผนการบริหารประเทศโดยพึ่งพาอำนาจฝ่ายบริหาร (Executive Power) ตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อให้ทรัมป์สามารถขับเคลื่อนนโยบายหลักต่อไปได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งครอบคลุมทั้งการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าแร่ธาตุสำคัญและกังหันลม การคุมเข้มวีซ่านักเรียนต่างชาติและแรงงานชั่วคราว ตลอดจนมาตรการลดต้นทุนด้านที่อยู่อาศัยและการก่อสร้าง
- นอกจากนี้ สำนักงบประมาณแห่งรัฐบาลกลาง (OMB) กำลังพิจารณาปรับการใช้จ่ายงบประมาณและกฎระเบียบเงินอุดหนุน เพื่อให้ข้าราชการที่แต่งตั้งโดยฝ่ายการเมืองมีอำนาจกระจายภาษีมากขึ้น ช่วยให้ทรัมป์บริหารประเทศได้ผ่อนคลายขึ้นแม้ต้องเผชิญสภาฝั่งตรงข้าม
- อย่างไรก็ตาม เดโมแครตที่ครองเสียงข้างมากอาจขัดขวางการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงและเปิดการสืบสวนรัฐบาล ซึ่งฝ่ายกฎหมายไวท์เฮาส์ได้เตรียมพร้อมใช้อำนาจคุ้มกันพิเศษของฝ่ายบริหาร (Executive Privilege) เพื่อปกป้องข้อมูลภายในจากการตรวจสอบของรัฐสภาแล้ว












