6 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนยุค AI ทำงานแทนเรา
ตอนที่ 4 ตอนสุดท้ายจากเวทีเปิดรายงาน e-Conomy SEA 2026 ที่ Google สิงคโปร์ครับ เรื่องที่ใกล้ตัวทุกคนที่สุด คือ AI ที่จะทำงานแทนเรา
Nitin Gajria จาก Google ใช้คำว่า "pragmatic optimism" มองโลกแง่ดี แต่มาจากการใช้งานจริง
- 72% ของคนใช้ AI ใช้ระบบอัตโนมัติอยู่แล้ว เช่น ติดตามราคาสินค้า แจ้งเตือนตั๋วถูก
- 75% พร้อมให้ AI หาราคาดีสุดแล้วซื้อของให้ และไทยเปิดรับมากที่สุดในภูมิภาค
- แต่จะให้ทำแทนได้ ต้องมีความเป็นส่วนตัว บอกชัดว่า AI ทำอะไรได้ และกดย้อนกลับได้
- ถ้า AI Agent แพร่หลาย การใช้ AI ทั้งภูมิภาคจะโตได้ถึง 50–60 เท่าภายในปี 2030
- 4 เงื่อนไขที่ต้องเกิด คือคนใช้ Agent มากขึ้น ค่าใช้ AI ถูกลง โครงสร้างพื้นฐานพอ และ AI ต้องสร้างผลตอบแทนที่วัดได้
ที่ผมคิดต่อคือ ถ้าคนพร้อมให้ AI ซื้อของแทนแล้ว ร้านค้ากับแอปต้องออกแบบให้ AI ใช้งานได้ด้วย ไม่ใช่แค่ให้คนใช้
สามารถดาวน์โหลดไฟล์รายงาน e-Conomy SEA 2026 ฉบับเต็มได้ที่ bit.ly/4ylQnPy
#eConomySEA #tripsponsoredbyGoogle #AI #AIAgent #PEESAMAC
เห็นสักพักว่า Gemini Sparks หายไป กลายเป็น Tasks แทน แปลกใจว่าแบรนด์สตรอง ได้พื้นที่สื่อเยอะ จำไม่ยาก อาจจะไม่จี๊ดแบบ Nano Banana แต่ คนเริ่มจำ ทำไมเปลี่ยน นึกว่าโดนฟ้องคำเหมือน พอไปอ่าน Note เหมือนจะ track ว่าคำใช้คำว่า finish task ตอนสั่ง ก็เลยใช้คำนี้เลย เสียดายจัง
Note ใน official :
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม (2026) เราได้ทดสอบ Spark ในรูปแบบ beta กับผู้สมัครสมาชิก เมื่อคนใช้แล้ว พวกเขาต้องการให้ Gemini ช่วย “ทำงานให้เสร็จ” (finish “tasks”) เป็นคำที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก เราจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Task เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
เว็บในดวงใจ อยากจะบินไปซื้อทุกชิ้น
As an AI hardware founder in Shenzhen, I sift through tons of smart devices daily. Most of them are pure noise.
So I spent the last 2 months putting together almost every single AI hardware project on the market that is actually worth seeing.
Click into any product to get its official website + GitHub repo.
Enjoy! 👇
Claude Duet คือแอปใหม่ของ Anthropic ที่ให้ Claude ทำงานเป็นผู้ช่วยแบบ proactive คือมันเป็นฝ่ายทักเรามาก่อนว่าวันนี้มีอะไรต้องดู แล้วทำงานต่อเองแม้เราจะปิดคอมหรือวางมือถือไปแล้ว
ทุกเช้ามันจะส่ง Morning brief สรุปเรื่องสำคัญจากแอปที่เราเชื่อมไว้ เช่น อีเมล Slack ปฏิทิน แล้วระหว่างวันก็คอยเช็คให้ทุกๆ ไม่กี่ชั่วโมง ทักมาเฉพาะตอนที่มีเรื่องต้องให้เราตัดสินใจจริงๆ ที่เขาไม่ให้เช็คตลอดเวลาเพราะจะกินโควต้าแพลนเร็วเกินไป
ทำงานได้ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ตั้งแต่นัดประชุม ไปจนถึงทำ dashboard ทำ forecast ยอดขาย ทำ prototype หรือสร้าง web app เราแค่พิมพ์หรือพูดสั่งในแชทเดียว มันจะหาเองว่าต้องใช้แอปไหน ทำขั้นตอนอะไร เสร็จแล้วค่อยแจ้งกลับมา เพราะมันมีเครื่องเสมือนพร้อมเบราว์เซอร์ของตัวเองบนคลาวด์
ส่วนที่ผมชอบคือเรื่องการขออนุญาต ก่อนจะส่งข้อความ จ่ายเงิน เซ็นเอกสาร หรือลบอะไร มันจะโชว์ให้ดูก่อนว่ากำลังจะทำอะไรแล้วรอเรากดอนุมัติ และมีบางอย่างที่ต่อให้เราอนุมัติก็ทำไม่ได้ เช่น เทรดหุ้น หรือโอนเงินระหว่างบัญชี ตัวรหัสผ่านกับ token มันก็ไม่เห็นตรงๆ มี classifier ตัวใหม่คอยกันข้อมูลอ่อนไหวอย่างเลขบัตรเครดิตหรือบัตรประชาชนหลุดออกไป
ใช้ Claude Opus 5.5 เป็นตัวหลัก และดึง memory, skills กับแอปที่เชื่อมไว้ใน Claude เดิมมาใช้ได้เลย ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ เชื่อมได้กับ connector และ plugin กว่า 6,000 ตัว ทั้ง Gmail, Slack, QuickBooks, Stripe, Gusto, HubSpot, Canva, Shopify ซื้อของก็จ่ายผ่าน Link ของ Stripe ด้วยบัตรเสมือน ไม่ต้องเปิดเลขบัตรจริง
ตัวอย่างจากคนที่ได้ลองก่อนก็น่าสนุก มีเจ้าของร้านอาหารพนักงาน 110 คนใช้มันไล่ใบแจ้งหนี้ทีละสาขา บอกว่าไม่ต้องเปิด 100 แท็บอีกแล้ว อีกคนมันเห็นนัดคุยลูกค้าในปฏิทินแล้วเตรียมบรีฟให้ พร้อมเตือนว่านัดนี้ชนกับเวลาขึ้นเครื่อง เลยเสนอให้เลื่อน
ตอนนี้ยังเป็น research preview นะครับ เปิดให้ Pro และ Max ในสหรัฐฯ ผ่าน waitlist มีแอป iOS, Android และบนเว็บ Claude ใช้โควต้าร่วมกับ Claude ปกติ เขายอมรับเองว่ายังอาจประเมินผิดว่าอะไรด่วน งานส่วนตัวอย่างจองตั๋วยังไม่ค่อยเก่ง และยังดูหน้าจอเบราว์เซอร์ที่มันใช้อยู่ไม่ได้
ผมมองว่านี่คือการเปลี่ยนจาก AI ที่รอเราถาม มาเป็น AI ที่เดินมาบอกเราว่าวันนี้ต้องดูอะไร ถ้ามันตัดสินใจเรื่องจังหวะการทักได้ดีจริง คนที่งานล้นมือน่าจะได้เวลาคิดเรื่องใหญ่ๆ กลับคืนมาเยอะเลย
#peesamac #ClaudeDuet #Anthropic #ClaudeOpus55 #AIAgent
ChatGPT มีฟีเจอร์ Locked Chats ให้ล็อกแชทส่วนตัวไว้หลัง PIN แล้ว
วิธีใช้คือกดเมนูของแชทนั้น เลือก Lock chat แล้วยืนยันอีกครั้งตอนมีหน้าต่าง Lock this chat? เด้งขึ้นมา
แชทที่ล็อกจะถูกซ่อนจากรายการ recent chats และช่องค้นหา ถ้าอยากกลับไปเปิดอ่าน ให้เข้า Projects แล้วเลือก Locked chats
ผมว่าเหมาะกับแชทที่ไม่อยากให้โผล่บนจอที่เปิดทำงานทุกวัน เช่นตอนแชร์จอหรือมีคนยืนข้างๆ
#peesamac #ChatGPT #LockedChats #OpenAI
ดูคลิปพี่อู๋ คำถามที่สงสัยได้คำตอบ แอพที่ไม่รองรับ Duo ทำยังไง ก็คือโชว์แบบนี้เลยย OMG youtu.be/3TUjapoejqA?si=lzn7…
งานสุดปังปีนี้มาแล้ว ปีที่แล้วบัตรเต็มแบบพริบตาาา ปีนี้กลับมาอีกครั้ง เค้าชวนขึ้นไป Talk ตอนแรกคิดว่าจะพูดอะไร พอไปเตรียม session กันหนึ่งมื้อ บอกเลยสนุกมากก เดี๋ยวมาน้ำจิ้มให้ฟังงง ห้ามพลาดครับบบบบบ เออ เดี๋ยวจะเอาบัตรมาแจกด้วยยยยยยยยยยย เวลา 11.00-11.50 น. Session :
What UX/UI Designer should we become? and How?
.
📌เปิดลงทะเบียนทางเพจ AXONS
28 ตุลาคม 2026 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
#AXONS #UXUIday #AXONSUXUIDAY2026 #UXUILOVEMYJOB #peesamac
6 สัญญาณจากเงินลงทุน ที่ Startup ยุค AI ต้องรู้
ตอนที่ 3 จากเวทีเปิดรายงาน e-Conomy SEA 2026 ที่ Google สิงคโปร์ครับ ตอนนี้สำหรับคนทำแอปและ Startup โดยเฉพาะ
Fock Wai Hoong จาก Temasek เล่าว่าเงินลงทุนในอาเซียนกำลังไหลไปทางไหน สรุปได้ 6 สัญญาณ
- เงินลงทุนในบริษัทดิจิทัลราว 80% ไปที่แอป AI จากแค่ 30% เมื่อปลายปี 2024
- เงินไหลไปหาบริษัทที่โตแล้ว รอบท้ายได้ $2.9B ครึ่งแรกปีนี้ จาก $1.3B ช่วงเดียวกันปีก่อน
- ครึ่งแรกปี 2026 เงินลงทุนรวม $21B โดย $17B ไปที่โครงสร้างพื้นฐาน AI
- ดาต้าเซ็นเตอร์โตปีละ 52% จาก 1.6 GW เป็น 5.8 GW
- บริษัทใหญ่อย่าง Sea, Grab, GoTo, J&T ยังลงทุนต่อเนื่อง เน้น AI กับระบบอัตโนมัติ
- IPO กลับมา $8.5B ใน 12 เดือน มากกว่า 2 เท่าของช่วงก่อนหน้า
ประโยคที่ผมจดคือ "AI capabilities becoming a baseline expectation for raising capital" ถ้าจะระดมทุนตอนนี้ AI ไม่ใช่จุดขายพิเศษแล้ว แต่เป็นสิ่งที่นักลงทุนคาดหวังว่าต้องมี
สามารถดาวน์โหลดไฟล์รายงาน e-Conomy SEA 2026 ฉบับเต็มได้ที่
#eConomySEA #tripsponsoredbyGoogle #AI #Startup #PEESAMAC
5 โอกาส 5 เทรนด์ จาก AI ที่คนทำธุรกิจต้องรู้
ตอนที่ 2 จากเวทีเปิดรายงาน e-Conomy SEA 2026 ที่ Google สิงคโปร์ครับ
Florian Hoppe จาก Bain & Company ไล่ให้ดูว่า AI กำลังเปลี่ยน 5 ธุรกิจดิจิทัลที่เราใช้กันทุกวันยังไง
- ช้อปออนไลน์ 69% ใช้ AI เทียบสินค้า แพลตฟอร์มบอกว่าเครื่องมือ AI ช่วยร้านค้าปิดการขายได้เพิ่ม 10–15%
- เที่ยวออนไลน์ $59B โต 10% เขาประเมินว่าคน 80–90% ใช้ AI วางแผนเที่ยวแล้ว
- สื่อออนไลน์ $44B โต 22% โฆษณาที่ใช้ AI ยิงตรงคนขึ้น และคนตัวเล็กสร้างคอนเทนต์ได้ง่ายที่สุดเท่าที่เคยมี
- เรียกรถสั่งอาหาร $40B โต 15% AI ย้ายมาอยู่หน้าบ้าน เช่น สั่งด้วยเสียง
- การเงิน เงินสดเหลือแค่ราว 1 ใน 3 (34%) ของยอดจ่ายทั้งหมดแล้ว และไทยมีธนาคารดิจิทัล 3 แห่ง
ประโยคที่ผมจดคือ AI กำลังย้ายจาก "หลังบ้าน" มาเป็น "หน้าบ้าน" ที่ลูกค้าจับต้องได้เอง ใครทำธุรกิจอยู่ในกลุ่มนี้ น่าถามตัวเองว่าลูกค้าเราเจอ AI ที่จุดไหนบ้างแล้ว
สามารถดาวน์โหลดไฟล์รายงาน e-Conomy SEA 2026 ฉบับเต็มได้ที่
#eConomySEA #tripsponsoredbyGoogle #AI #PEESAMAC
อยู่ที่ Google สิงคโปร์ วันเปิดรายงาน e-Conomy SEA 2026 ครับ ปีนี้เป็นฉบับที่ 11 แล้ว
ประโยคเปิดของ Nitin Gajria (MD ของ Google ประจำอาเซียน) ที่ผมจดไว้คือ อาเซียนกำลังเปลี่ยนจาก "ทศวรรษดิจิทัล" เข้าสู่ "ทศวรรษ AI"
สรุปภาพรวมที่ขึ้นจอ
- เศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนปีนี้ $368B โต 17% และกำลังมุ่งสู่ $1 ล้านล้านภายในปี 2035
- ไม่ถึง 3 ปี คนวัยทำงาน 58% ใช้ GenAI แล้ว ระยะทางที่อินเทอร์เน็ตใช้ 10 ปี
- ปีนี้เริ่มวัดการใช้ AI ด้วย "โทเค็น" คนอาเซียนใช้แค่ราว 10% ของคนอเมริกัน
- การใช้ส่วนใหญ่มาจากคนทั่วไป ไม่ใช่องค์กร
- ไทยอยู่กลุ่มที่ 2 กับมาเลเซียและเวียดนาม ตามหลังสิงคโปร์
ที่ผมชอบคือประโยค "We've seen this movie before" AI กำลังเดินตามรอยอินเทอร์เน็ตทุกขั้น ถ้าเรายังจำได้ว่าใครได้ประโยชน์ตอนอินเทอร์เน็ตมา รอบนี้ก็น่าจะเห็นภาพคล้ายกัน
ตอนต่อไปจะเจาะทีละเรื่อง ช้อปปิ้ง เที่ยว และ AI ที่ทำงานแทนเราครับ
สามารถดาวน์โหลดไฟล์รายงาน e-Conomy SEA 2026 ฉบับเต็มได้ที่
#eConomySEA #tripsponsoredbyGoogle #AI #PEESAMAC
Harness² คือโค้ดงานวิจัยจากทีม Google Research ที่ให้ AI agent ปรับปรุงชุดเครื่องมือรอบตัวมันเองได้ทุกครั้งที่เจองานใหม่ โดยไม่ต้องเทรนโมเดลใหม่เลย
ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำว่า harness ก่อน มันคือทุกอย่างที่ห่อรอบตัวโมเดล ทั้ง system prompt เครื่องมือ ความจำ skill และ subagent ปกติคนเป็นคนออกแบบชุดนี้ครั้งเดียว แล้ว agent ก็ใช้ชุดเดิมไปกับทุกงาน ต่อให้งานใหม่จะต่างจากที่ออกแบบไว้แค่ไหนก็ตาม
Harness² ให้ agent ปรับชุดนี้เองทีละงาน ขั้นตอนคือเสนอว่าจะแก้อะไร ลองรันหลายแบบกับงานเดียวกัน แล้วดูว่าแต่ละแบบทำงานต่างกันยังไง ก่อนเอาส่วนที่ดีมารวมเป็นชุดใหม่ ที่น่าสนใจคือมันไม่ต้องรู้คำตอบที่ถูกของงานนั้นเลย เพราะเรียนจากความต่างระหว่างการรันแต่ละรอบ
แล้วมันไม่ได้จบแค่งานเดียว พอทำงานเสร็จ มันจะเก็บชุดที่ใช้ได้ผลกับบทเรียนที่มีหลักฐานรองรับไว้ งานถัดไปก็เริ่มจากโน้ตพวกนี้ ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ยิ่งทำงานมาก การปรับครั้งถัดไปก็ยิ่งแม่นขึ้น
ผลที่เขาทดสอบกับ GLM-5 และ Gemini 3.5 Flash บนชุดทดสอบงานมืออาชีพ 3 ชุด ปรับแค่รอบเดียวก็ดีกว่าชุดเดิม คะแนนเพิ่มสูงสุด 11.5 คะแนนบน WorkBuddy-Bench เพิ่ม 4.5 คะแนนบน JobBench และอัตราผ่านบางส่วนบน LAB เพิ่ม 11.8 เปอร์เซ็นต์ และถ้าให้ปรับหลายรอบขึ้นก็ได้ผลดีขึ้นอีก ตัวที่ลงมือทำงานจริงใช้ได้ทั้ง OpenCode และ Codex
ส่วนตัวผมว่าเรื่องนี้ตอกย้ำสิ่งที่หลายคนเริ่มพูดกัน คือการทำ agent ให้เก่งขึ้นไม่ได้มีทางเดียวแค่รอโมเดลที่ใหญ่ขึ้น ชุดเครื่องมือรอบตัวโมเดลก็สำคัญพอกัน และถ้า agent ปรับชุดนั้นเองได้ คนออกแบบก็เปลี่ยนบทบาทไปเป็นคนวางกรอบกับตรวจผลแทน
ข้อควรรู้คือนี่เป็นโค้ดงานวิจัย ในหน้า GitHub เขียนไว้เองว่าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ Google ซัพพอร์ตอย่างเป็นทางการ การรันจริงต้องใช้ Linux ต่อกับ Vertex AI และเสียค่า API เพราะต้องรันหลายรอบต่องาน เขาแนะนำให้เริ่มจากงานไม่กี่ชิ้นก่อน มีเดโมที่รันในเครื่องได้โดยไม่ต้องใช้คีย์ เป็น open source แบบ Apache 2.0
#peesamac #Harness2 #GoogleResearch #AIagent #Codex
iFixAi คือเครื่องมือตรวจงานของ AI agent ว่ามันทำงานตรงหน้าที่ที่เราให้ไว้จริงไหม อยู่ในขอบเขตอำนาจที่ตั้งไว้หรือเปล่า ตรวจเสร็จได้ภายในราวสองนาทีตามที่ทีมเขาบอก
ทุกวันนี้เวลาเราวัด agent ส่วนใหญ่ดูแค่ว่าตอบเร็วไหม ใช้ token เท่าไหร่ ตอบถูกไหม แต่คำถามที่ธุรกิจอยากรู้จริงๆ คือมันทำงานตามกติกาของบริษัทหรือเปล่า เขายกตัวอย่างสมมติไว้ในหน้า GitHub เป็น agent ฝ่ายบริการลูกค้าที่ปิดเคสคืนเงินได้ ดูผ่านๆ เหมือนงานเรียบร้อย แต่พอตรวจละเอียดเจอว่ามันตัดข้อมูลสำคัญออกจากสรุป จ่ายเงินคืนทั้งที่ผู้จัดการปฏิเสธไปแล้ว และไปแก้บัญชีรับเงินของลูกค้าเองโดยไม่มีใครอนุญาต
iFixAi เลยออกแบบชุดตรวจไว้ 60 ข้อ แบ่งเป็นหมวด รันเริ่มต้นแค่ 10 ข้อก่อนก็ได้เกรดออกมาแล้ว ถ้าอยากละเอียดค่อยรันเต็มชุด ผลออกมาเป็นรายงานพร้อมคะแนนว่าข้อไหนผ่าน ข้อไหนพลาด
ที่ผมชอบคือเรื่องคนให้คะแนน เขาตั้งใจให้โมเดลของอีกเจ้ามาเป็นกรรมการ ไม่ให้โมเดลตรวจตัวเอง ถ้าเราทดสอบ agent ที่ใช้ Claude ก็ให้โมเดลของเจ้าอื่นเป็นคนตัดสิน ผลแบบนี้ถึงจะเอาไปอ้างอิงได้ ถ้าตรวจตัวเองระบบจะติดป้ายไว้ชัดว่าเป็นแค่ผลทดลอง
ใช้งานได้หลายแบบ จะลงผ่าน pip แล้วตอบคำถามทีละขั้นตามตัวช่วยตั้งค่าก็ได้ หรือลงเป็น plugin ใน Claude Code กับ Codex แล้วพิมพ์ขอให้ตรวจ setup ของเราเป็นภาษาคนเลย agent จะบอกค่าใช้จ่ายก่อนรันจริงทุกครั้ง เป็น open source แบบ Apache 2.0 ตอนนี้บน GitHub มีราว 29,000 stars
เรื่องค่าใช้จ่ายต้องรู้ไว้ ตัวเครื่องมือฟรีแต่ต้องจ่ายค่า API ของโมเดลที่เป็นกรรมการ เขาประเมินไว้ว่ารันเต็มชุด 60 ข้อตกราว 10 ถึง 18 ดอลลาร์ ถ้ารันแค่ 10 ข้อก็ประมาณหนึ่งในหก ส่วนตัวผมว่าคุ้มสำหรับทีมที่กำลังจะปล่อย agent ให้แตะงานจริงอย่างเงินหรือข้อมูลลูกค้า เพราะความผิดพลาดแบบในตัวอย่างนั้น ถ้าไปเจอตอนใช้งานจริงมันแพงกว่านี้เยอะ
#peesamac #iFixAi #AIagent #ClaudeCode #OpenSource
magpie คือแอปเล็กๆ บนแถบเมนูที่ให้เราเลือกได้ว่า AI agent แต่ละตัวจะใช้โมเดลไหน จากที่เดียว เช่น ให้ Claude Code ไปใช้ Kimi ให้ Codex ไปใช้ DeepSeek สลับได้ในคลิกเดียว
ใครใช้ agent มากกว่าหนึ่งตัวน่าจะเจอปัญหาเดียวกัน แต่ละตัวเก็บการตั้งค่าโมเดลไว้คนละไฟล์ คนละรูปแบบ คีย์ก็คนละที่ จะเปลี่ยนทีต้องไปไล่แก้ทีละตัว magpie เอาทั้งหมดมารวมไว้ในแอปเดียว แล้วตั้งตัวกลางไว้ในเครื่องเราให้ agent ทุกตัวคุยผ่าน
ใช้ง่ายมาก ใส่คีย์ของผู้ให้บริการที่มี เลือกจาก preset ได้เป็นสิบเจ้าทั้ง Anthropic, OpenAI, Gemini, DeepSeek, Kimi, GLM, Qwen หรือจะใช้โมเดลที่รันในเครื่องก็ได้ แล้วไปหน้า Agents เลือกโมเดลให้ agent แต่ละตัว เปิด session ใหม่ก็ได้โมเดลใหม่ทันที รองรับ agent เยอะมาก ทั้ง Claude Code, Codex, Gemini CLI, OpenCode, Cursor CLI, Zed ไปจนถึง VS Code
ที่ผมชอบคือหน้าดูการใช้งาน เห็นว่าแต่ละ session ใช้ token ไปเท่าไหร่ คิดเป็นเงินเท่าไหร่ context เต็มแค่ไหน และโควตาแต่ละแพ็กเกจเหลือเท่าไหร่ในหน้าเดียว ตั้งเป็นโปรไฟล์ได้ด้วย เช่นโหมดประหยัดกับโหมดเต็มที่ สลับทั้งชุดในครั้งเดียว
นอกจากนั้นยังมี Library ที่เขียนคำสั่ง MCP skill หรือ subagent ไว้ที่เดียวแล้วให้มันกระจายไปลงในไฟล์ของ agent ทุกตัวให้เอง อันนี้ช่วยคนที่ใช้หลายเครื่องมือได้เยอะ
ตัวแอปเป็น open source แบบ MIT ใช้ได้ทั้ง macOS, Windows, Linux และ Docker เพิ่งเปิดตัวปลายเดือนกันยายนแต่ตอนนี้บน GitHub ได้ไปราว 15,600 stars แล้ว
ส่วนที่ผมอยากให้ระวังคือฟีเจอร์ที่เอาแพ็กเกจรายเดือนของเจ้าหนึ่งไปใช้กับ agent ของอีกเจ้า และการสลับหลายบัญชีอัตโนมัติเวลาโควตาหมด ก่อนเปิดใช้ควรอ่านเงื่อนไขของแต่ละเจ้าให้ดี เพราะบางเจ้าไม่อนุญาต ส่วนตัวผมว่าถ้าใช้กับ API key ของตัวเองแบบตรงไปตรงมา ตัวนี้ช่วยประหยัดเวลาตั้งค่าไปได้เยอะแล้ว และรู้ไว้ด้วยว่าแอปจะอ่านข้อมูลการล็อกอินของ agent ในเครื่องเพื่อหาแพ็กเกจที่เรามี ถ้าไม่อยากให้อ่านก็ปิดได้ในหน้า Privacy
#peesamac #magpie #ClaudeCode #Codex #AIagent
Whoop พังก่อนหมดสามเดือน ว่าจะ cancel อยู่แล้ว
ทำไงดี
1 หาที่ซ่อม มันดึง data ไม่เข้า
2 ดึง data เองด้วย claude เลย แต่คำนวณ แม่นไหมไม่รู้ไง
3. Apple Watch 12 จะใส่สายนอนยังไง ให้มันนอนสะดวก แต่เริ่มกลับมาถ่าย content ด้วย iPhone ใช้ดูมุมกล้องหลังได้
4. Ultrahuman แต่คนอย่างเราอยากได้ Pro เหมือนยังไม่เข้าไทย แต่น่าสนใจมากก
5. Garmin Band ใหม่ คิดว่าทนกับ UI ไม่ได้ Luna band ก็น่าสนเพราะสวย ค่ายอื่นก็ไม่ แน่ใจ
6. Oura ring ก็ไม่อยากจ่ายรายเดือน แล้วว่า
ไม่ได้ใส่ whoop มาสิบวัน ความกังวลน้อยลงเยอะ ไม่มีคนมาชี้ชีวิต หรือไม่ควรใส่แล้วดี ใครมี solution เด็ดๆ บ้าง

































