
₊˚⋆✦ ꔛ 🐰🫶💖 part-time creator full-time designer, hand made with love & enjoy the petite things.☁️ #randompetiteframe
Bangkok, Thailand
Joined August 2022
- Tweets12.9K
- Following1.5K
- Followers11.1K
- Likes45.8K
ชอบเวลาเห็นคนในด้อมลงรูปอวดกู้ดลูกๆตัวเองเยอะๆอะ ถึงจะไม่ใช่เมนเดียวกันแต่ก็แบบดีจังเลยน้าา~ มีคนรักน้องๆขนาดนี้//กดหัวใจ ( ˶˙ᵕ˙˶ )👉💗
อะไรใหม่ๆ✨🐠🐌 //อย่าเพิ่งเบื่องานสั่งผลิตกันนะฮืออ ช่วงนี้ไม่มีเวลาทำงานแฮนด์เมดเลย (੭ᵒ̴̶̷̥́~ᵒ̴̶̷̣̥̀ᑦ)💦
random.petite.stuff✨ retweeted
ถ้าลงมือทำอะไรสักอย่าง “โปรดรอคอย และอดทนจนกว่าผลจะผลิบาน 🌼 ”
ต้นปีเริ่มกลับมาทำวีดีโออีกครั้ง ในยุคที่ใครๆบอกว่าควรไปทำคลิปสั้น แต่ทางนี้กลับคิดว่าไม่เป็นไร แต่อยากทำสิ่งที่ชอบ ปลายปีมีคนค้นพบมากขึ้นแล้วนะ มีคนรอดูสิ่งเล็กๆที่เราสร้างตั้งเยอะแหนะ !
อย่ายอมแพ้ทุกคน สู้!
Replying to @paintinqplanet
จนถึงตอนนี้เองก็มีวันที่รู้สึกว่า ถ้าลงไปแต่ไม่มีคนดู ตัวเลขบนนั้นไม่สวยนะ อยากซ่อนความไม่สำเร็จเอาไว้จัง ถึงจะชอบสิ่งที่ทำ แต่อาจจะไร้ความหมายก็ได้
“แม้จะใช้เวลากับการตัดต่อยาวนานหลายชั่วโมง และตั้งใจแบ่งเวลามาถ่ายมาก ๆหนะหรอ “
อิอิ แป๊ปๆอีก2เดือนเอง✨💡( ˶˙ᵕ˙˶ )
✨📣𝗚𝗜𝗩𝗘𝗔𝗪𝗔𝗬 ⊙⊝⊜
เราวาดเองไม่ได้เจนเไ เป็นพัดพับได้ผลิตโรงงานไทย🫶🇹🇭
สานฝันคนไม่มีบงจะได้มือไม่เหงาในคอนคับ
🌟จะมีแจกทั้งสามวันเลย 3,6 วันละ30ชิ้น จะฝากรุ่นน้อง/รุ่นพี่ไป ส่วนวันที่ 5 เราไปแจกเอง 40 ชิ้น (สถานที่เดี๋ยวใกล้ๆจะแจ้งอีกที)
🌟เงื่อนไข คนไทย ฟอลBTSช่องทางไหนก็ได้
กลัวไม่หมดเลยขอลงบอกเอาไว้ก่อน 🥹💦
#BTS_WORLDTOUR_BANGKOK
random.petite.stuff✨ retweeted
ถอดบทเรียน “สถานทูตเนเธอร์แลนด์ ถนนวิทยุ” : จากหมุดหมายประวัติศาสตร์ 100 ปี สู่โจทย์ท้าทายการพัฒนาเมืองยุคใหม่ ที่ไม่ควรทอดทิ้งรากเหง้า
กรณีการประกาศขายที่ดินฟรีโฮลด์ (Freehold) ผืนใหญ่ขนาดประมาณ 20 ไร่ บนถนนวิทยุของสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ เพื่อย้ายไปสู่โครงการมิกซ์ยูส Dusit Central Park ในปี พ.ศ. 2569 ได้สร้างความฮือฮาในวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยมูลค่าที่ดินประเมินสูงถึง 25,000 – 30,000 ล้านบาท (เฉลี่ยตารางวาละ 3–4 ล้านบาท) แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งข้อกังวลของสังคมเรื่องการสูญหายของ “หมุดหมายทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม” ของกรุงเทพมหานคร
1. การถอดบทเรียนเชิงมูลค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical & Architectural Value)
พื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงที่ดินใจกลางเมือง แต่คือ "จดหมายเหตุที่มีชีวิต" ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยในหลายมิติ
- วิวัฒนาการภูมิทัศน์เมือง (Urban Evolution): จุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1911 (รัชกาลที่ 6) พื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นทุ่งนารอบนอกกรุงเทพฯ จนกระทั่งการขยายตัวของเมืองทำให้นาข้าวเปลี่ยนผ่านสู่คฤหาสน์ของชนชั้นนำ และกลายเป็นย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจ (CBD) ที่มีราคาสูงที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน
- คุณค่าทางสถาปัตยกรรม: ตัวอาคารคฤหาสน์เดิมเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล (Colonial Style) สูง 2 ชั้น พร้อมหอคอย 3 ชั้น มีหลังคาซ้อนชั้น งานไม้แกะสลักอันวิจิตร และเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับ รางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) เมื่อปี ค.ศ. 1987
ประวัติศาสตร์การเมืองและการทหาร:
- เคยเป็นบ้านพักของ นพ.อัลฟองส์ ปัวส์ (Dr. Alphonse Poix) แพทย์หลวงชาวฝรั่งเศสในรัชกาลที่ 5 (ต่อมาคือ พระยาอัศวินอำนวยเวท)
- ตกเป็นของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ (พระราชโอรสใน ร.5 และบิดาแห่งภาพยนตร์ไทย)
- เป็นที่ประทับของ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้นำเหตุการณ์กบฏบวรเดช พ.ศ. 2476)
- ถูกใช้เป็นคลับเฮาส์สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ, สำนักงานกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2, โบสถ์และศูนย์ฝึกอาชีพของคณะบาทหลวงซาเลเซียน ก่อนจะถูกขายให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ในปี พ.ศ. 2492 ด้วยมูลค่า 1.85 ล้านบาทในขณะนั้น
2. วิธีคิดเชิงอนุรักษ์: การก้าวข้ามดั้งเดิม สู่ "การอนุรักษ์เชิงพลวัต" (Adaptive Reuse)
การอนุรักษ์ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการ "แช่แข็ง" (Freeze) อาคารไว้ให้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่ไร้ชีวิต แต่มุ่งเน้น Adaptive Reuse หรือการปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยอาคารเดิมให้เข้ากับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่
- การประเมินคุณค่าแบบองค์รวม: อาคารเก่าแก่ไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนหรืออุปสรรคของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่มันคือ "Cultural Assets" (สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม) ที่สามารถสร้าง Storytelling เพิ่มมูลค่าทางการตลาดและสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัว (Uniqueness) ให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra-Luxury ได้
- การอนุรักษ์ร่วมกับการพัฒนา (Adaptive Co-existence): เอกชนสามารถออกแบบโครงการใหม่ (เช่น โครงการมิกซ์ยูส) โดยเก็บอาคารโบราณไว้เป็น Focal Point หรือศูนย์กลางการทำกิจกรรมทางสังคม (Social & Cultural Hub) ของโครงการ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ที่หาไม่ได้ในตึกสร้างใหม่
3. แนวทางการพัฒนาเมืองที่ไม่ทอดทิ้งรากเหง้า (Heritage-led Urban Regeneration)
เมืองที่เติบโตอย่างไร้รากเหง้าจะกลายเป็นเมืองที่ขาดเสน่ห์และเอกลักษณ์ (Generic City) การพัฒนาพื้นที่มูลค่าแสนล้านจึงต้องรักษาสมดุล 3 ประการ
1 - การใช้มาตรการผังเมืองผันแปร (Transfer of Development Rights - TDR): ภาครัฐควรนำเครื่องมือ TDR มาใช้อย่างจริงจัง โดยอนุญาตให้เจ้าของอาคารอนุรักษ์สามารถโอนสิทธิการก่อสร้าง (FAR) ส่วนที่ไม่สามารถสร้างบนตึกเก่า ไปขายหรือใช้กับพื้นที่แปลงอื่นได้ เพื่อไม่ให้เจ้าของเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ
2 - การสนับสนุนภาษีและสิทธิประโยชน์: ลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือภาษีมรดก ให้แก่เจ้าของอาคารที่ดูแลรักษาอาคารประวัติศาสตร์ไว้
3 - กรอบกติกา Public-Private-People Partnership (4P): ร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชน กทม. กรมศิลปากร และชุมชน เพื่อกำหนด Master Plan ของย่านถนนวิทยุ ให้เป็นย่านประวัติศาสตร์และการทูต (Diplomatic & Heritage District)
4. บทเรียนจาก Case Studies ในต่างประเทศ: เขารักษาตึกเก่าอย่างไรให้เติบโตไปกับเมือง?
หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกเคยผ่านโจทย์ท้าทายเรื่องที่ดินราคาสูงใจกลางเมือง และสามารถอนุรักษ์ตึกเก่าไว้ได้อย่างลงตัว
Case Study 1: Tai Kwun – เกาะฮ่องกง (Hong Kong)
- บริบท: ฮ่องกงเป็นพื้นที่ที่ราคาที่ดินแพงติดอันดับโลก สถานีตำรวจและคุกเก่ากลางย่าน Central มูลค่ามหาศาลเสี่ยงต่อการถูกทุบทำลาย
- วิธีแก้ปัญหา: รัฐบาลฮ่องกงร่วมมือกับ Hong Kong Jockey Club เปลี่ยนพื้นที่โบราณสถานแห่งนี้เป็น Center for Heritage and Arts โดยอนุรักษ์อาคารสถาปัตยกรรมอาณานิคมไว้ และสร้างอาคารใหม่สไตล์โมเดิร์นแทรกตัวอย่างกลมกลืน
- ผลลัพธ์: กลายเป็นพื้นที่สาธารณะ แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ศิลปะ และสร้างรายได้หมุนเวียนอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องทุบตึกเก่า
Case Study 2: The Fullerton Hotel – ประเทศสิงคโปร์ (Singapore)
- บริบท: อาคารไปรษณีย์กลางสไตล์นีโอคลาสสิกริมแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านการเงิน CBD
- วิธีแก้ปัญหา: รัฐบาลสิงคโปร์ใช้สิทธิการอนุรักษ์อาคาร และให้สัมปทานเอกชนเข้ามารีโนเวตอาคารเดิมให้กลายเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว โดยยังคงรักษาสถาปัตยกรรมภายนอกและรายละเอียดประวัติศาสตร์ไว้อย่างครบถ้วน
- ผลลัพธ์: สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงมาก เป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของสิงคโปร์
Case Study 3: King’s Cross Redistribution – ลอนดอน สหราชอาณาจักร (UK)
- บริบท: ย่านคลังสินค้าเก่าและสถานีรถไฟโบราณเสื่อมโทรมใจกลางเมือง
- วิธีแก้ปัญหา: การฟื้นฟูเมืองโดยให้ตึกเก่าเป็นศูนย์กลาง (Heritage-led Regeneration) นำอาคารโกดังเดิมมาปรับเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะ (Central Saint Martins) ร้านค้า และพื้นที่สาธารณะ โดยมีตึกสูงทันสมัยล้อมรอบ
- ผลลัพธ์: ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Google ให้มาตั้งสำนักงานใหญ่ สร้างย่านเศรษฐกิจใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์
5. ประโยชน์เชิงการท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์เมือง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
การรักษาอาคารอย่าง “สถานทูตเนเธอร์แลนด์” ให้คงอยู่ มีผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างต่อเมือง
- Tourism Value (มูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม): นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในปัจจุบัน (High-Value Tourists) ไม่ได้มองหาเพียงศูนย์การค้า แต่แสวงหาประสบการณ์เชิงเรื่องราว (Story-driven Experience) อาคารเก่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
- City Branding (การสร้างแบรนด์ของเมือง): ย่านถนนวิทยุมีอัตลักษณ์เด่นด้าน "ย่านการทูตและพื้นที่สีเขียว" (Diplomatic & Green Enclave) การรักษาตึกโบราณไว้ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความมีอารยธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนานของกรุงเทพฯ
- Sense of Place & Identity: ช่วยให้คนรุ่นหลังเข้าใจถึงรากเหง้า พัฒนาการของเมืองสยาม และการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ (Modernization) ผ่านสถาปัตยกรรมที่สัมผัสได้จริง
สรุปบทเรียนสำหรับประเทศไทย คืออะไร? กรณีสถานทูตเนเธอร์แลนด์ เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมไทยและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มองเห็นว่า "ความเจริญทางการเงินกับความทรงจำทางประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นขนาน"
คงจะดีมากๆ ถ้าผู้ชนะการประมูลที่ดินแปลงนี้ในอนาคต สามารถเลือกที่จะสร้าง "การพัฒนารูปแบบใหม่" ที่โอบรับอาคารโบราณ 100 ปีให้เป็นอัญมณีเม็ดงามตรงกลางโครงการมิกซ์ยูสระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะไม่ลดทอนมูลค่าโครงการ แต่กลับจะยิ่งเพิ่มมูลค่าอย่างมหาศาลและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเมืองหลวงของไทยอย่างยั่งยืน
แต่วันนี้ ทุกอย่างไม่ทันเสียแล้ว เราสูญเสียพื้นที่ทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของประเทศไปอีกหนึ่งแห่งอย่างน่าเสียดาย พวกเรารักษามันไว้ไม่สำคัญครับ
#ตุ๊ดส์review
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Sources) :
1. มติชนออนไลน์. (19 มีนาคม 2569). เปิดตำนาน จากจุดก่อกบฏ สู่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ ถึงวันประกาศขาย หวั่นหมุดปวศ.เลือนหาย
2. ฐานเศรษฐกิจ. (19 มีนาคม 2569). ย้อนตำนานสถานทูตเนเธอร์แลนด์ บ้านพระองค์เจ้าบวรเดช สถาปัตยกรรมโคโลเนียล100ปี สู่ทำเลทองใจกลางเมืองหมื่นล้าน
3. Transfer of Development Rights (TDR): แนวคิดเครื่องมือผังเมืองจากการศึกษาของ American Planning Association (APA) และสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการโอนสิทธิการก่อสร้างเพื่อชดเชยแก่เจ้าของอาคารอนุรักษ์
4. Heritage-led Urban Regeneration Study: รายงานวิจัยและกรณีศึกษาจาก Historic England (UK) เรื่องการใช้มรดกทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเก่าเป็นตัวขับเคลื่อนการฟื้นฟูเมืองและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
5. Tai Kwun Centre for Heritage and Arts (Hong Kong): รายงานโครงการฟื้นฟูพื้นที่สถานีตำรวจและเรือนจำกลางถนนฮอลลีวูด โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลฮ่องกงและ Hong Kong Jockey Club
6. The Fullerton Heritage Masterplan (Singapore): กรณีศึกษาการอนุรักษ์อาคารไปรษณีย์กลาง (Fullerton Building) โดย Urban Redevelopment Authority (URA) Singapore ภายใต้โครงการอนุรักษ์มรดกเมืองและการส่งเสริมการท่องเที่ยว
7. King’s Cross Central Limited Partnership (UK): รายงานการพัฒนาพื้นที่มิกซ์ยูสและการฟื้นฟูย่านคลังสินค้าเก่า King's Cross ณ กรุงลอนดอน
======
FACEBOOK POST :
facebook.com/photo/?fbid=168…
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
facebook.com/tootsyreview/
teapawt.org/tootsyreview
threads.net/@tootsyreview/
instagram.com/tootsyreview/
youtube.com/@tootsyreview
tiktok.com/@tootsy_review
lemon8-app.com/tootsyreview

































