welearnbook retweeted
ใครชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยาอยากป้ายยาหนังสือเล่มนี้เลย อ่านสนุกมากกกกกก
บางเรื่องอ่านแล้วไม่อยากให้คนรู้เยอะเลยอ่ะ อยากแอบเก็บเอาไว้ใช้เอง🤣
ในหนังสือรวบรวมมาให้ถึง 80 จิตวิทยาเลย
นี่ชอบจิตวิทยาข้อนี้นะเพราะเพิ่งโดนมากับตัวแล้วมันจริงมาก “ชีวิตจะราบรื่นขึ้นเมื่อชวนใครต่อใครคุยเล่น”
เมื่ออาทิตย์ก่อนไปกินส้มตำกับครอบครัว ระหว่างที่กำลังกิน มีคนขายหวยเดินเข้ามาคุยเล่น คุยสนุกมาก แล้วถึงปิดจบด้วยการขายหวย สรุปวันนั้นครอบครัวชั้นซื้อหวยจากเขามาหลายใบเลยอ่ะ555555555555
ดาริอุซ ดอลินสกี จากมหาลัยโอโปเล ประเทศโปแลนด์ได้ทำการทดลองและพิสูจน์แล้วว่า “การคุยเล่น” ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการโน้มน้าวใจได้อย่างมหาศาล
จิตวิทยาข้อนี้ยังสามารถเอาไปใช้ในที่ทำงานได้ด้วยนะเพราะหลายๆครั้งในการทำงานมันจะมีเรื่องที่เราจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากแผนกอื่น แล้วบางทีเขาไม่ค่อยเต็มใจที่จะช่วย
พอรู้จิตวิทยาข้อนี้ก็ลองชวนคนในที่ทำงานคุยเล่นบ่อยๆเวลาเจอกันตามที่ต่างๆในบริษัทก็ได้ ชวนคุยทักทายทุกครั้งที่เจอ พอถึงคราวที่ต้องขอให้เขาช่วย โอกาสที่เขาจะตอบตกลงก็จะเพิ่มขึ้นเลย
ในหนังสือมีจิตวิทยาอีกเยอะมากค่ะทั้งการเรียน การทำงาน การหาเงิน สุขภาพ และความสัมพันธ์ ใครอยากอ่านต่อหนังสือชื่อว่า “จิตวิทยา TOP SECRET”
วิธีแก้เครียดของเราอย่างนึง คือหาหนังสืออ่าน เล่มนี้ที่อยากแนะนำ เอาไปปรับใช้ตอนทำงานได้ “ไม่จำเป็น ไม่ต้องทำ” รวมทริคเล็กๆที่ช่วยให้ประหยัดเวลา ทำงานได้แบบไม่เครียด
welearnbook retweeted
ผมนั่งอ่านเล่มนี้อยู่พอดี นี่เขาด่าคนจนเขียนหนังสือออกมาเป็นเล่มได้เลยเหรอเนี่ย น่าประทับใจมากอยู่นะที่รวบรวมสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกอยากด่าคนมาได้เยอะขนาดนี้ เราอยู่ในสังคมแบบไหนกัน
(เฉลย สังคมทวิตเตอร์)
welearnbook retweeted
#รีวิวหนังสือ #BeyondDuangBooks
ผมอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง จบแล้วครับ
หลังจากพยายามอ่านมาเป็นอาทิตย์
ซื้อมาตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. ก็พยายามอ่านตลอด
โดยมีบทหนึ่งในหนังสือ ที่เน้นย้ำทั้งบทเลยว่า
การอ่านหนังสือมันดียังไง
และแนะนำว่า ถ้าอยากจะเป็นคนใช้ภาษาได้ดีขึ้น สื่อสารได้เก่งขึ้น
แนะนำให้อ่านนิยาย
เท่านั้นแหละ ผมซื้อ Ebook นิยายสืบสวนสอบสวนมาอ่านต่อ
สรุป ภายใน 7 วัน ผมอ่านนิยายสืบสวนจบไป 2 เล่ม
และกำลังต่อเล่ม 3 ส่วนหนังสือพัฒนาตัวเอง
อ่านไม่ถึงครึ่งเล่ม
ซึ่งดูแล้ว ปล่อยให้เป็นอย่างงี้ต่อไปคงไม่ดี เลยบังคับตัวเอง
ว่าถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ถึงจะอนุญาติให้ตัวเองอ่านนิยายต่อได้
ก็เลยเป็นเหตุ ทำให้อ่านจบรวดเดียวในวันนี้
และตั้งใจอ่านเล่มนี้ให้จบ เพราะผมอยากอ่านหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พวกหนังสือโหราศาสตร์ ส่วนมากเป็นหนังสืออ่านยากทั้งนั้น ถ้าไม่มีเทคนิคติดตัวหน่อย (ในที่นี้หมายถึงเทคนิคการอ่าน)
ก็คงจะทำให้ผมอ่านหนังสือไป แต่ก็อ่านไม่มีประสิทธิภาพอยู่ดี
และหนังสือเล่มนี้ก็ตอบโจทย์จริงๆ กับเรื่องของเทคนิคการอ่านหนังสือให้จำได้
สิ่งที่ผมสรุปได้มีดังนี้คือ
- ควรอ่านหนังสือ และอินกับมัน
เพราะยิ่งอิน เรายิ่งจำได้ ยิ่งมีอารมณ์ร่วม ยิ่งจำได้
- ควรใช้มาร์กเกอร์ ในการไฮไลท์สิ่งที่ฉุกคิด และควรเขียนความคิดตัวเองลงในหนังสือ ถ้ากลัวหนังสือเละ ก็เขียนใส่โพสอิท ไม่ก็สมุดโน้ตเอา
- อ่านจบแล้ว ควรรีบเขียนสิ่งที่รู้สึกในหนังสือเล่มนี้
- ควรเอาข้อมูลในหนังสือ มาเขียนลงโซเชี่ยล โดยการเขียนด้วยการใช้ความเข้าใจของเราเอง
- แนะนำหนังสือให้คนอื่นด้วยความรู้สึกสนุก อินกับมัน
- ถ้ารู้สึกอยากอ่านเล่มไหน ให้อ่านเลย อ่านให้จบในวันได้ยิ่งดี
เพราะความตื่นเต้น จะทำให้จำเนื้อหาได้ดี
- ไม่ควรอ่านหนังสือรวดเดียว แต่ควรแบ่งเวลา
- ให้อ่านหนังสือที่มีเนื้อหาคล้ายกัน เชื่อมโยงกันได้ จะยิ่งเข้าใจเนื้อหามากขึ้น เช่น ถ้าจะอ่านหนังสือโหราศาสตร์ไทย ก็ควรอ่านติดต่อกันไปเลย 4-5 เล่ม ดีกว่าการอ่านแบบกระจายหลายศาสตร์
- ต้องแบ่งระดับหนังสือให้เป็น ว่าหนังสือเล่มไหน เป็นหนังสือระดับไหน ง่าย ปานกลาง ยาก
เพราะจะเป็นตัวบอกว่า หนังสือเล่มนั้นๆควรทุ่มเทในการอ่านมากเท่าไหร่
- ต้องมีธงในการอ่าน
- อ่านหนังสือเพื่ออะไร พัฒนาจุดแข็ง หรือ กลบจุดด้อย
- ควรหาโอกาสไปเจอกับนักเขียนที่เราชอบเพราะมันทำให้เราได้ข้อมูล ความรู้มากขึ้น และยิ่งเราชอบใคร เรายิ่งจำเนื้อหาที่เขาพูดได้มากขึ้น
- ควรอ่านหนังสือในเวลาว่าง มากกว่าเล่นมือถือ
เพราะหนังสือเล่มนี้ แบ่งประเภทระหว่าง
ความรู้ กับ ข้อมูล แยกจากกัน
เล่นมือถือ ทำให้ได้ข้อมูลเยอะ ตามเทรนด์ ตามข่าวสาร
แต่ขาดความรู้ หรือแม้จะได้ความรู้ ก็ไม่ลึกซึ้งเท่าหนังสือ
หนังสือ เป็นแหล่งองค์ความรู้ ที่ผ่านประสบการณ์ของผู้คนมามากมาย และเป็นแหล่งความรู้ที่ ยิ่งเรามีมาก ยิ่งทำให้เราเติบโตได้มาก
- ก่อนขึ้นรถไฟ ไม่ควรอ่านหนังสือ แต่ให้อ่านหลังขึ้นรถไฟไปแล้ว
- ควรมีเครื่อง Ereader (เครื่องอ่านอีบุ๊กส์) เพราะมันทำให้การพกหนังสือไปอ่านด้วย ง่ายขึ้น เพราะหนังสือทั่วไปมีน้ำหนักถึง 200 กรัม และ 2 เล่มก็อาจจะหนักถึงครึ่งกิโลได้
การอ่านในเครื่องอ่าน เลยมีประโยชน์สำหรับการพกพามากๆ
- Ebook ราคาถูกกว่าหนังสือจริงหลายบาท บางเล่มอาจจะถูกกว่าถึง 50% ได้เลย ถ้าอยากอ่านหนังสือให้ได้เยอะๆ ในราคาย่อมเยา Ebook เลยตอบโจทย์สำหรับนักอ่านมากๆ
- เวลาอ่านหนังสือแล้ว อย่าลืมไปอ่านอ้างอิงแหล่งข้อมูลของหนังสือด้วย บางทีเราอาจจะชอบหนังสือที่ถูกอ้างอิงก็ได้
- หนังสือมีประโยชน์ แต่คนส่วนมาก มักบอกอยากอ่านแต่ไม่มีเวลา // จริงๆคือบริหารเวลาไม่เป็น หรือ เอาเวลาที่อ่านหนังสือไปทำอย่างอื่น เช่น เล่นมือถือ ไถติ้กตอก
- ของนอกกาย ยังไงก็ถูกขโมยไปได้ แตกสลายไปได้
แต่องค์ความรู้ ไม่มีใครเอาไปจากเราได้ (นอกจากอัลไซเมอร์)
- ไม่รู้จะอ่านหนังสืออะไร เริ่มอ่านจากนิยายที่เราชอบ และค่อยต่อยอดไปหนังสือพัฒนาตนเอง
- หนังสือพัฒนาตนเอง หรือแนววิชาความรู้ ควรกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน ว่าจะอ่านให้จบเมื่อไหร่ ภายในกี่วัน
- หนังสือแนวนิยาย ให้เราอ่านฟรีสไตล์ได้เลย ไม่ต้องไปเคร่งเครียดกับการกำหนดว่าต้องอ่านภายในกี่วัน
- หนังสือคือการซื้อประสบการณ์ของคนอื่น โดยที่เราไม่ต้องไปลงมือเอง
- ควรตัดสินใจซื้อหนังสือ ภายใน 1 นาที
- ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือไปทีละหน้า สามารถเลือกอ่านอันที่ชอบก่อนได้ ละค่อยอ่านอันอื่นๆตามหลังได้
- เลือกหนังสือให้เหมาะกับตนเอง โดยดูว่าเรากำลังต้องการเรื่องอะไร เพราะหนังสือบางเล่ม อาจจะเปลี่ยนชีวิตเราไปเลย
ใครสนใจอ่าน ผมแปะพิกัดด้านล่างนะครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนครับ
เฟิร์ส BeyondDuang119
welearnbook retweeted
ช่วงนี้พีพีอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วชอบมากกก เป็นหนังสือจิตวิทยาที่อ่านสนุก เข้าใจง่าย และที่สำคัญคือเอาไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้เลยค่ะ
เนื้อหาไม่ได้มีแค่เรื่องการอ่านใจคน แต่ยังมีเทคนิคเกี่ยวกับการสื่อสาร การทำงาน และความสัมพันธ์ อย่างบทที่พูดถึงการชวนคุยกับคนอื่นให้ง่ายขึ้น แค่ปรับวิธีพูดนิดเดียวก็น่าสนใจแล้ว
พีพีชอบหนังสือแนวนี้ตรงที่อ่านแล้วได้ลองกลับมาสังเกตพฤติกรรมตัวเองด้วย บางเรื่องเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เราอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน
ใครชอบหนังสือจิตวิทยาที่อ่านแล้วได้อะไรกลับไปใช้จริง พีพีแนะนำเล่มนี้เลยค่ะ
ที่สำคัญช่วงนี้มีงานหนังสืออยู่ด้วย ใครมีโอกาสไปเดิน อย่าลืมหยิบเล่มนี้ติดมือกลับบ้านกันนะคะ 📖✨
welearnbook retweeted
แันนี้คือไรอะ5566)556665555 ถามแบบไม่รุ้จริงๆ ทำไมมันเปนงี้อะ คือกิมมิคของหนังสือเหรอ ให้เอาเหรียญขูดตรงสีดำๆหรือไร🫠
welearnbook retweeted
รวมหนังสือที่เราแปลให้สนพ. @welearnbook ที่ยังมีขายอยู่นะคะ
📍เรียน MBA ข้างถนนกับ Jack Welch (The Real-Life MBA) เขียนโดย Jack Welch
📍ความคิดคุณขายได้เท่าไหร่ (Inside Out) เขียนโดย Tina Seelig
📍คิดในกรอบ (Inside the Box) เขียนโดย Drew Boyd, Jaco Goldenberg
📍 เมื่อความสำเร็จไม่มีแบบแผน (The Click Moment) เขียนโดย Frans Johansson
welearnbook retweeted
ต่อมาที่ @welearnbook บูธนั้นเรียนได้เกรด4 บูธเราก็ต้องได้เกรด4.1สิ ถึงจะเรียกว่าเก่งกว่า
welearnbook retweeted
"ดูความโสโครกนี่สิ แกมันขี้เกียจ"
"แกไม่สมควรจะได้อาบน้ำด้วยซ้ำ"
นี่คือเสียงที่หลายคนได้ยินในหัวเวลาบ้านรก หนังสือเล่มนี้เรียกมันว่า จอมบงการในตัวเรา 🩵
welearnbook retweeted
คนที่นิยมความสมบูรณ์แบบมักตั้งเป้าไว้ที่ 100 คะแนน แต่ถ้าทุ่มเวลาให้งานเดียวจนได้ 100 แล้วงานที่เหลือได้ 0 มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย
welearnbook retweeted
แมลงรู้ แมลงทราบ
Illustration by Jueki Taro
Pezzle เขียน, สุดะ เค็นจิ ที่ปรึกษา, เมธี ธรรมพิภพ แปล
@welearnbook
รีวิว (+)
อยากแนะนำหนังสือให้ไรท์เตอร์ค่ะ เล่มนี้ดีเลย เราอ่านแล้วเข้าใจการเขียนมากขึ้น เขาแนะนำ วิธีการเขียนให้น่าสนใจ จุดไหนควรหรือไม่ควรเขียนลงในงานตัวเองบ้าง ใครเป็นมือใหม่ อยากพัฒนางานเขียนตัวเอง ลองซื้อมาอ่านดูได้นะคะ เราว่ามันเข้าใจง่ายมาก อ่านแล้วอยากไปรีไรท์งานตัวเองเลย
welearnbook retweeted
Book 36 of 2026
36. Think Madly
เราคิดเราจึงเป็นมนุษย์ - หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือของคนในวงการ creative โฆษณา (อ่านแล้วเข้าใจสุดๆ เพราะเราเกี่ยวข้องโดยตรง) ที่พยายามจะชวนทุกคนให้คิดแบบครีเอทีฟ ที่ไม่จำเจ นอกกรอบ สนุก ไม่จำเป็นต้องเป็นครีเอทีฟก็ฝึกได้
เราชอบงานที่ทำให้ใจสั่นไหว มีประเด็น มีการโต้เถียงกัน ไม่ใช่แบบผ่านๆ ทื่อๆ ไม่มีอะไรใหม่
ในการทำงานโฆษณาที่มีบรีฟล็อคมาก ต้องสังเกตให้ได้ว่า อันไหนกรอบจริง กรอบหลอก (ที่แหกได้ถ้างานดีจริง) - อันนี้จากประสบการณ์จริงมีจริงๆ ที่งานดีจนลูกค้ายอมทำอย่างอื่นเพิ่มเพื่อจะให้งานออกมา หรืองานที่ไปสั่นคลอนจิตใจลูกค้าจนต้องย้อนกลับมาคิด
เทคนิคที่ชอบในเล่มนี้คือ ระเบิด
ให้ระเบิดสิ่งของที่เป็นจุดตั้งต้นออกมา โดยแบ่งการระเบิดออกเป็น 3 แกนหลักคือ ยกตัวอย่าง แอปเปิล
- กายภาพ : รูปทรง > สีแดง โค้ง นู้ด หัวใจ เนียน ผลไม้ กรอบ ฉ่ำ
- ฟังก์ชัน : ของชิ้นนั้นๆ > เป้าธนู ปั่นน้ำ ตกใส่หัว
- อารมณ์ ความรู้สึก > สโนวไวท์ แบรนด์ ยาพิษ usa ฟูจิ
ในหนังสือมีเทคนิคเยอะมาก ที่ส่วนตัวคือนับถือที่ผู้เขียนกลั่นความคิดในสมองออกมาเป็นสูตรได้ แนะนำให้ลองอ่าน ถือเป็นหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่มค่ะ
welearnbook retweeted
ถ้าคุณเริ่มมีอาการอัลไซเมอร์ตอนอายุ 70 ปี สารที่เป็นต้นเหตุจะเริ่มก่อตัวในสมองตั้งแต่อายุ 45 ปีแล้วค่ะ
เรื่องความจำเลยไม่ใช่เรื่องของคนแก่ แต่เป็นเรื่องที่เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ 🩵
welearnbook retweeted
อ่านจบแล้วครับ ขอบคุณ @welearnbook สำหรับหนังสีดีๆครับ
หยุดอีกวัน
นั่งอ่านหนังสือThink Madly จาก @welearnbook ดีกว่าคับ
#วันหยุดของเก้ง
welearnbook retweeted
หยุดอีกวัน
นั่งอ่านหนังสือThink Madly จาก @welearnbook ดีกว่าคับ
#วันหยุดของเก้ง
welearnbook retweeted
"ฮอเรซเป็นผู้ชายที่มีสองขา สองแขน และมีหัวตั้งอยู่บนคอ"
นี่คือตัวอย่างล้อเลียนจากหนังสือเล่มนี้ ที่ยกมาให้เห็นว่าคำบรรยายตัวละครแบบ "ชายรูปร่างปานกลาง ผมสีน้ำตาล ตาสีน้ำตาล" มันบอกอะไรคนอ่านได้พอ ๆ กัน คืออ่านแล้วไม่เห็นภาพอะไรเลย
welearnbook retweeted
หนังสือเล่มนี้เล่าว่าประเทศหนึ่งสามารถขยับจากอันดับที่ยี่สิบไปอันดับที่สิบเอ็ดได้ โดยที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย และพออ่านจบก็เริ่มมองตัวเลขในข่าวไม่เหมือนเดิมค่ะ
welearnbook retweeted
กำลังอ่านเล่มนี้อยู่ จิตวิทยา Top Secret @welearnbook
ต้องบอกว่า มีแง่มุมที่ดีหลายๆอย่างที่อยากสรุปให้เพื่อนๆน้องๆครับ by ฟุ้ย 🔴
1/ เล่มนี้จะมี 80 เคล็ดลับทางจิตวิทยาแต่ละข้อสั้นๆ ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบอ่านอะไรไม่ซับซ้อน และแต่ละข้อมักมีงานวิจัยรองรับด้วย อ่านแล้วว้าวดี














































