คุยปรับและความเข้าใจก่อนถ้ามีอะไรในใจ มีเวลาก็พยายามเอาใจใส่หรือช่วยเติมเต็มให้เค้ารู้สึกว่ายังเป็นที่ต้องการยังได้รับความรักและใส่ใจ ถ้าไม่คุยแล้วคิดไปเองฝ่ายเดียวก็เหมือนเริ่มทำลายความสัมพันธ์ด้วยตัวเอง
ภรรยาชวนสามีมีเซ็กซ์ แต่สามีปฏิเสธเพราะเหนื่อยจากงาน สุดท้ายกลายเป็นว่าทั้งคู่มองเรื่องการถูกปฏิเสธไม่เหมือนกัน
- คืนหนึ่งภรรยาเป็นฝ่ายชวนสามีมีเซ็กซ์ แต่สามีบอกดี ๆ ว่า ขอโทษนะที่รัก วันนี้ผมเหนื่อยจากงานมากจริง ๆ เธอตอบว่าไม่เป็นไร ให้เขาพักผ่อน แต่ในใจก็ยังน้อยใจ เพราะสิ่งที่เธอต้องการในตอนนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องเซ็กซ์ แต่อยากรู้สึกว่าสามียังสนใจและต้องการเธออยู่
- วันต่อมาเธอเลยทำตัวห่าง ๆ ไม่ค่อยชวนคุย และไม่เข้าไปหาเหมือนปกติ จนสามีสังเกตเห็นแล้วถามว่า โกรธผมหรือเปล่า เธอตอบว่าไม่ แต่สามีรู้สึกได้ว่าเธอเปลี่ยนไป เลยถามตรง ๆ ว่า ถ้าไม่ได้โกรธ แล้วทำไมผมรู้สึกเหมือนคุณกำลังลงโทษผมอยู่
- เธอเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบว่า ฉันคิดว่าฉันก็มีสิทธิ์ถอยออกมาบ้าง ถ้ารู้สึกว่าคุณไม่ต้องการฉัน สามีรีบบอกว่า ผมไม่ได้บอกว่าไม่ต้องการคุณ ผมแค่เหนื่อยจากงาน ภรรยาเลยอธิบายว่า เธอไม่ได้หมายความว่าสามีจำเป็นต้องยอมมีเซ็กซ์ด้วยทุกครั้ง แต่การถูกปฏิเสธก็ทำให้เธอเสียความรู้สึก และหลังจากปฏิเสธ เธออยากให้เขาแสดงออกบ้างว่า ยังรักและยังต้องการเธอ เพียงแต่คืนนั้นเหนื่อยจนไม่ไหวจริง ๆ
- สามีเลยถามกลับว่า งั้นคุณอยากให้ผมยอมทั้งที่เหนื่อย เพียงเพราะไม่อยากให้คุณเสียใจเหรอ เธอบอกว่าไม่ใช่ แค่อยากให้เขาเข้าใจว่า การถูกคนรักปฏิเสธมันกระทบความรู้สึกได้ เหมือนถ้าวันหนึ่งเขาเป็นฝ่ายชวนแล้วเธอปฏิเสธ เขาเองก็อาจน้อยใจได้เหมือนกัน ฝั่งสามีก็บอกว่า เขาเข้าใจว่าเธอเสียใจ แต่ก็รู้สึกว่า มันไม่ยุติธรรมถ้าเขาต้องรู้สึกเหมือนตัวเองทำผิด เพียงเพราะวันนั้นเหนื่อยและไม่พร้อม
- หลังจากนั้นภรรยาเลยยังคิดไม่ตก เธอไม่ได้อยากบังคับให้สามีมีเซ็กซ์ทั้งที่เขาไม่ต้องการ และเข้าใจว่าเขามีสิทธิ์ปฏิเสธ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกว่า การที่สามีมีเหตุผลในการปฏิเสธ ไม่ได้แปลว่าเธอจะไม่มีสิทธิ์น้อยใจ
- เลยอยากถามว่า ถ้าแฟนหรือคู่ชีวิตปฏิเสธเรื่องบนเตียงเพราะเหนื่อยจริง ๆ เรามีสิทธิ์น้อยใจแล้วถอยออกมาห่าง ๆ เพื่อจัดการความรู้สึกตัวเองไหม หรือควรแยกให้ออกว่าอีกฝ่ายแค่ไม่พร้อมในวันนั้น ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ต้องการเราแล้ว
#มินนี่แปลให้
ชุดไม่มีผล รูปร่างกายก็ไม่มีผล sex จะเกิดจาก physical contact กับ affection ในกรณีของคู่รักทั่วไป ส่วนกรณีใช้ sex นำทาง fwb/ons น่าจะมองรูปร่างหน้าตาที่ตรงกับใจเพื่อใช้บำบัดความใคร่ ปล.ความเห็นส่วนตัว no offenced
ฟ้าใส 💖 retweeted
ดราม่าเรื่อง “เลี้ยงข้าว” ของลิซ่า ตอนแรกผมรำคาญพวกมาวิจารณ์แย่ๆถึงผู้หญิง แต่ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจมุมมองพวกเขาละ
📌 ในมุมมองคนส่วนมาก อาจจะ 90% ของประเทศ ค่าอาหาร = ค่าใช้จ่ายรายเดือน คนกลุ่มนี้เวลาเข้าร้านอาหารยังต้องมองฝั่งขวาของเมนู คือราคาสมเหตุสมผลไหม คนกลุ่มนี้ การเลี้ยงข้าวใคร ยังต้องใช้ตรรกะคิดครับ ว่าควรไม่ควรเลี้ยง ซึ่งก็ไม่ผิดเลยสำหรับเขาที่จะคิดนะ
📌 ตลกร้ายคือในสังคมมีกลุ่ม Elite อาจมีแค่ 5-10% ของประเทศ ที่ค่าอาหาร = Nothing สำหรับพวกเขา ผมเคยรู้จักเพื่อนที่อยู่ดีๆ เช้าจองตั๋วบินไปกินติ่มซำฮ่องกงมื้อเที่ยง ค่ำก็บินกลับมาไทย
คนกลุ่ม Elite ถ้าคุณเข้าใกล้เขา หลายอย่างจะมองต่างมุมครับ เพื่อนที่ผมเล่าเขากินข้าวมื้อละหลายหมื่นหรือหลักแสนได้ปกติ และหลายครั้งเขาก็เลี้ยงข้าวเพื่อนๆ พวกผมบางคนเกรงใจก็บอกเขาว่าอย่าเลย รู้สึกไม่ดี เขาตกใจรีบตอบ “ขอโทษด้วยที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ที่บ้านคือเลี้ยงข้าวเพื่อนๆเป็นเรื่องปกติเลยไม่คิดอะไร”
มีครั้งนึงเพื่อนในกลุ่มมีปัญหาการเงิน เขาเสนอให้ยืม 500,000 บาทไม่คิดดอกเบี้ย มีเมื่อไหร่ค่อยคืน เพื่อนตกใจกลัวไม่มีคืน เขาตอบว่า “อย่าคิดมาก เงิน 5 แสนมันไม่ต่างกับเข้าห้องน้ำแล้วทำต่างหูข้างนึงหาย”
ผมเลยเข้าใจว่าระดับลิซ่า การพูดหยอกๆ ว่า “เลี้ยงข้าวหน่อย” น้องไม่ได้คิดมันเป็นเรื่องใหญ่อะไร ไม่ต่างจากบอกผู้ชายว่า “เปิดขวดน้ำให้หน่อยสิ” หรือ “อยู่กับแม่อะ อยากทักทายมั้ย”
เหมือนที่ลิซ่าจัด Listening Party เชิญแฟนคลับมาดื่มแพงๆไม่อั้น แจกเซรั่ม Ultimune ขวดละหลายพันให้ทุกคน เพราะน้องไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย
และเข้าใจคนที่รุมวิจารณ์ลบ เพราะพวกเขาอาจไม่เคยเจอเพื่อน Elite ที่เงินหลักหมื่นหลักแสน มีค่า = เงินหลักสิบของเรา คนพวกนี้เลยตีความไปต่างๆนาๆว่า “ขอเลี้ยงข้าว” คือโน่นนั่นนี่ เพราะมันคือส่วนนึงของค่าใช้จ่ายรายเดือนเขาไงครับ ซึ่งก็ไม่ผิดที่คิดเลย
บางทีความรักคงถึงจุดที่ไม่คาดหวังอะไรกับคน ๆ นั้นแล้ว จากนั้นก็ลดทุกอย่างลงเป็นช่วงหมดใจ ถ้านับจริง ๆ ความรักอาจจะหายไปก่อนหน้าที่จะจบความสัมพันธ์ มูฟออนเร็วไม่น่ามีอยู่จริง คนรักกันดีจะสัมผัสความรู้สึกอีกฝ่ายไม่ได้ ได้ยังไง
เซ็นค้ำให้คนอื่น be like
ธุรกรรมที่จะกลายเป็นเวรกรรมและบ่วงคล้องคอ บางทีครอบครัวตัวเองยังไม่ควรค้ำเลย🙂






















