I died in that night (@InColdNightBL) header
I died in that night (@InColdNightBL) profile picture

#Bluelock #Windbreaker #Idolish7 TH/EN/JP All🌱|🥀🌱

Joined February 2017
Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)Photo by I died in that night (@InColdNightBL)
I died in that night retweeted
hkh🥪 ngis+rois パ〇テル〇ード🐼
89
3
1,370
17,606
I died in that night retweeted
Honestly Hugosagi is the most undeniable ship; I mean look at how many panels show them so close. And all of that in just a single match... I'm not saying this is unusual in football nor that Hugo intended it but you can't tell me you watch those and don't feel something.
3
18
98
1,335
I died in that night retweeted
ฮาโลวีนที่หวานที่สุด 🌵🌱🎃
80
1
212
2,156
I died in that night retweeted
塗った
165
3
1,134
7,368
I died in that night retweeted
Hgis Happy Halloween 🎃♥️
3
41
218
1,404
ハロウィンを記念して 入れ替わり後の玲琳と慧月の スマホ壁紙をプレゼント🎁 第2クールは2027年1月放送👻 #ふつつかな悪女
8
1,292
49
8,026
125,499
Isagi wasn't in the mood because Kaiser was being extra annoying and now he's sulking because Isagi won't cuddle him back. #kaisagi #kiis
1
81
366
1,960
สุด …สมกับการลงทุน 👏👏👏
1
231
4
543
55,695
สิ่งที่ลิซ่าพูดจริง ๆ 1. ลิซ่าเล่าว่าเธอไปกินซูชิกับแม่และเพื่อนสนิท เธอบอกว่านี่เป็นร้านโปรดของพวกเธอ แล้วเล่าว่าเธอหยอกผู้ชายที่กำลังคุยกันอยู่ว่าเขาจะจ่ายค่าอาหารให้ทั้งสามคนไหม ผู้ชายตอบว่าไม่ แม้เธอจะพูดเล่นก็ตาม 2. ลิซ่าหวังว่าเขาอาจจะเซอร์ไพรส์เธอภายหลัง ลิซ่าเล่าว่าเธอคิดว่าเขาอาจพูดปฏิเสธเล่น ๆ แล้วค่อยจ่ายให้ทีหลัง แต่สุดท้ายไม่มีเซอร์ไพรส์ และเธอต้องจ่ายเอง จากนั้นเธอถามว่าเรื่องนี้ถือเป็น Red Flag หรือเปล่า 3. Jake Shane แสดงความคิดเห็นว่าอย่างไร? Jake บอกว่า ถ้าผู้ชายกำลังจีบลิซ่าและพยายามทำให้เธอรักเขา เขาก็ควรเล่นไปตามมุกนั้นและเซอร์ไพรส์เธอด้วยการจ่ายเงินให้ นี่เป็นความคิดเห็นของ Jake ไม่ใช่กฎว่าผู้ชายทุกคนต้องจ่ายค่าอาหารให้ผู้หญิง 4. ลิซ่าอธิบายเพิ่มเติมอย่างไร? ลิซ่าบอกว่าเธอไม่ได้ต้องการให้ผู้ชายจ่ายค่าอาหารให้ทุกครั้ง และเธอก็มีเงินของตัวเอง แต่การที่ใครสักคนทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ในคืนนั้น ทำให้เธอรู้สึกถึงความรัก เมื่อพูดถึง Green Flag เธอยกตัวอย่างการเปิดขวดน้ำให้ แม้เธอจะเปิดเองได้ก็ตาม เพราะเธอชอบเวลาที่คนทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้โดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ จบ..
คนปกป้องเพราะเป็นลิซ่าจริงๆ เป็นอีแก้วอีคำที่ไม่ใช่ sugar baby โทรไปขอให้ผู้ชายจ่ายแบบนี้โดนด่าจมแน่ แต่ดีใจกับลิซ่านะ if that’s the biggest red flag she’s ever encountered แปลว่าเจอแต่คนดีแล้ว
20
5,026
99
3,590
450,069
I died in that night retweeted
คำทำนายที่ว่า "ระบบนอร์ดิกสุดท้ายจะพัง เพราะคนหมดไฟทำงาน โดนภาษีเอาไปหมด และเอกชนต้นทุนสูงจนแข่งขันไม่ได้" น่าจะพูดมาตั้งแต่ยุค 1970 แล้วนะเนี่ย ความจริงคือ สวีเดนเคยเจอปัญหานั้นตอนช่วงปี 1970–1980 จริงครับ แต่หลังจากวิกฤตปี 1990 กลุ่มประเทศนอร์ดิกเขา "อัปแพตช์ใหม่" เรียบร้อย ถ้าเรากางตัวเลขทางเศรษฐกิจจริงในปัจจุบันมาเทียบกับประเทศทุนนิยมสุดโต่งอย่าง สหรัฐอเมริกา ผลมันออกมาน่าดูเลยทีเดียว ก่อนอื่นต้องตอบคำถามแรกที่ว่า สวัสดิการทำให้เอกชนแข่งขันยากจริงไหม? คนมักคิดว่าสวัสดิการทำให้คนขี้เกียจสร้างธุรกิจ แต่ตัวเลขจริงคือ... สวีเดน (ที่มีประชากรแค่ 10.5 ล้านคน) คือประเทศที่สร้าง Unicorn (สตาร์ทอัพมูลค่าเกินพันล้านดอลลาร์) ต่อหัวประชากรสูงเป็น อันดับ 2 ของโลก (เป็นรองแค่ Silicon Valley) ทั้ง Spotify, Skype, Klarna, Minecraft, IKEA, Volvo ส่วน เดนมาร์ก ก็มีบริษัทยาที่มูลค่าสูงที่สุดในยุโรปอย่าง Novo Nordisk, Maersk และ LEGO ดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index โดย WIPO) สวีเดนครองอันดับ 2 ของโลก ชนะสหรัฐอเมริกาที่อยู่อันดับ 3 ขีดความสามารถในการแข่งขันของโลก (IMD World Competitiveness) เดนมาร์กและสวีเดนติด Top 10 ของโลก การเลื่อนชนชั้นทางสังคม (WEF Global Social Mobility Index) ถ้าคุณขยันทำงาน โอกาสสร้างตัวเปลี่ยนฐานะการเงินใน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน คืออันดับ 1–4 ของโลก ในขณะที่ประเทศทุนนิยมจ๋าอย่าง สหรัฐอเมริกา หล่นไปอยู่อันดับ 27 ของโลก ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ก็เพราะการมี Safety Net ที่แข็งแกร่ง ทำให้คนเก่ง ๆ กล้าเสี่ยง กล้าลาออกมาสร้างนวัตกรรมระดับโลก โดยไม่ต้องกลัวว่าถ้าทำธุรกิจเจ๊งแล้วลูกจะไม่มีที่เรียน หรือพ่อแม่จะไม่มีหมอรักษา ต่างจากระบบทุนนิยมสุดโต่งที่คนไม่กล้าล้มเพราะล้มแล้วตายเลย หลายคนเข้าใจผิดว่าภาษีนอร์ดิกแพง แปลว่าบริษัทเอกชนต้องโดนรีดภาษีจนต้นทุนสูง เอาล่ะ งั้นมาดูตัวเลขจริงครับ Corporate Income Tax สวีเดน: 20.6% ฟินแลนด์: 20.0% เดนมาร์ก / นอร์เวย์: 22.0% ประเทศไทย: 20.0% สหรัฐอเมริกา (รวมภาษีรัฐบาลกลาง+มลรัฐ): ~25% – 28%! นอร์ดิกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและ VAT สูงครับ แต่เก็บภาษีบริษัทเอกชนในอัตราที่ต่ำกว่าอเมริกา และพอ ๆ กับไทย เพื่อไม่ให้ไปถ่วงต้นทุนการแข่งขันของเอกชน ที่สำคัญ ในสหรัฐอเมริกาบริษัทเอกชนต้องแบกต้นทุนจ่ายค่าประกันสุขภาพให้พนักงานเฉลี่ยคนละ $16,000 – $24,000 ต่อปี (ราว 5.5 – 8 แสนบาท/คน/ปี) แต่ในนอร์ดิก เอกชนไม่ต้องแบกภาระค่ารักษาพยาบาลตรงนี้เลยเพราะรัฐดูแลให้หมด และได้แรงงานที่การศึกษาสูง สุขภาพจิตดี ทำให้ Productivity ต่อชั่วโมงสูงติดท็อปโลก ถ้าสวัสดิการทำให้คนไม่อยากทำงานจริง อัตราคนทำงานในนอร์ดิกต้องต่ำกว่าอเมริกาใช่ไหมครับ? แต่ดูตัวเลขจาก OECD (ประชากรวัยทำงาน 15–64 ปี) ล่าสุดครับ: อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate) กลุ่มนอร์ดิก (ไอซ์แลนด์, สวีเดน, เดนมาร์ก, นอร์เวย์) สูงถึง 78% (อัตราการมีงานทำจริง ~73%) สหรัฐอเมริกา (ทุนนิยมสุดโต่ง) อยู่ที่ ~61% (อัตราการมีงานทำจริง ~59%) ทำไมคนนอร์ดิกถึงทำงานเยอะกว่าอเมริกา 23% ได้ล่ะ? ก็เพราะเขามีศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อนของรัฐที่ดีมาก ทำให้ผู้หญิงกว่า 80% ไม่ต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน นอร์ดิกเปลี่ยนจากสวัสดิการแบบให้เปล่า มาเป็นระบบ Workfare คือเวลาคุณตกงาน รัฐจ่ายเงินชดเชยให้สูงจริง (70–80% ของเงินเดือนเดิมเพื่อไม่ให้ครอบครัวพัง) แต่ห้ามนอนดูซีรี่ย์เอไอแนวตั้งอยู่บ้านนะ! รัฐจะบังคับให้คุณต้องเข้าคอร์ส Reskill ฟรีตามที่ตลาดต้องการ ต้องส่งการบ้านว่ายื่นสมัครงานไปกี่ที่ในแต่ละสัปดาห์ และต้องไปสัมภาษณ์งานตามที่ศูนย์จัดหางานจับคู่ให้ ถ้าใครอู้ ไม่ยอมไปเรียน หรือปฏิเสธงานที่หามาให้ รัฐจะสั่งตัดเงินช่วยเหลือทันที คนจึงไม่ขี้เกียจ แถมแรงงานทั้งประเทศถูกอัปสกิลใหม่ตลอดเวลา คำทำนายว่านอร์ดิกจะพังเพราะจ่ายสวัสดิการจนถังแตก ลองกางตัวเลข หนี้สาธารณะต่อ GDP เทียบกันดูครับ เดนมาร์ก: หนี้สาธารณะแค่ ~26% – 27% ของ GDP สวีเดน: หนี้สาธารณะแค่ ~32% – 36% ของ GDP นอร์เวย์: มีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าทะลุ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 80 ล้านล้านบาท) ประเทศไทย: หนี้สาธารณะ ~65% – 68% ของ GDP สหรัฐอเมริกา (ทุนนิยมสุดโต่ง): หนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 120%+ ของ GDP! แน่นอนว่ากลุ่มนอร์ดิกไม่ใช่ไม่มีปัญหาครับ ปัจจุบันเขาก็มีโจทย์ใหม่เรื่อง "สังคมสูงอายุ" และ "การรับผู้อพยพ" (ที่ทักษะและภาษายังไม่ตรงกับตลาดงานขั้นสูงของเขา) ซึ่งเขาก็กำลังปรับนโยบายแก้กันอยู่ แต่ถ้าวัดกันด้วยตัวเลขเศรษฐกิจจริงในศตวรรษที่ 21 คำทำนายที่ว่า มีรัฐสวัสดิการแล้วคนจะขี้เกียจ เอกชนจะพัง สู้ทุนนิยมเพียวๆ ไม่ได้นั้น ถูกตัวเลขจริงของทั้งอัตราการมีงานทำ จำนวนสตาร์ทอัพ ดัชนีการแข่งขัน และวินัยทางการคลังของกลุ่มนอร์ดิก หักล้างไปจนหมดสิ้นแล้ว
สุดท้ายระบบแบบนอร์ดิกก็จะพังลง เพราะกลับไปในข้อที่ถ้าสวัสดิการไม่คุ้ม ก็ลดแรงจูงใจในการทำงาน การทำงานเพิ่มไม่ได้ทำให้ฐานะทางการเงินดีขึ้น โดนภาษีเอาไปหมด ต้นทุนเอกชนจะสูงตาม การแข่งขันยาก
11
1,622
27
1,398
100,516
ของฉันทั้งหมด😼
318
5
1,888
12,274
I died in that night retweeted
My amazing oomf just drew nessagi for me 😭😭🙏🏼🙏🏼 oml i love you
10
561
12
3,336
19,012
I died in that night retweeted
พุ้ดเดิ้ล kris ไม่ได้วาดรูปหลายวีค เส้นแข็งโป้ก นอย
1
106
1
599
3,371
I died in that night retweeted
Isagi Yoichi & Hiori Yo "One more time" Ch. 366 Ch. 236
1
42
660
14,526
I died in that night retweeted
[hgis] ✌️😳 (Translation software is used.)
8
1,121
33
13,022
260,713
I died in that night retweeted
58
2
312
2,690
I died in that night retweeted
kiis ไหนใครร้องไห้
9
646
3
4,939
22,248
I died in that night retweeted
可恶的世一... #nsis
9
530
16
4,637
76,501
I died in that night retweeted
nsis ( เนสอิซา ) อย่าเสนอ มันเอาจริง
7
1,350
2
4,619
73,760
I died in that night retweeted
Really mirrors
3
54
2
584
16,717