น้อนขี้มูก retweeted
ก้สมควรที่อจเขาจะออกมาปกป้องเด็ก อะไรคือการที่เด็กไปเรียนได้รับผลกระทบ แต่คนไม่ได้รับผลกระทบคือคนไม่ไป เป็น guest รับงานมาแล้วก็ต้องทำให้เสร็จไหม ไม่มีสิทธิ์ใช้ตรรกะส่วนตัวมายกเลิกคลาส ไม่มาก็หมดสิทธิ์สอบให้คณะเขาจัดการไป ละยังไปโพสพาดพิงคณะอีก เล่นกับระบบมอท่อมันเกิน
น้อนขี้มูก retweeted
เคยโดนอาจารย์คณะนึงถามว่าถ้าคุณเห็นอาจารย์แต่งตัวไม่เรียบร้อย แต่งตัวแฟชั่น รองเท้าแตะ มาสอนคุณยังจะเคารพอยู่ไหม แล้วเด็กนิติตรงนั้นพยักหน้ากันหมด อาจารย์อึ้ง เพราะที่คณะแต่งกันแบบนั้นจริง ๆ ใส่แตะมาสอนนศ. บางคนใส่เฟอร์มาสอนด้วยซ้ำ
น้อนขี้มูก retweeted
คนทั่วไปนอกวงการหมอสัตว์มักจะไม่รู้ :
ถ้าเรื่องพา นก ไปหาหมอหมาแมว ทำไมเค้าไม่รับให้
เพราะเรื่องความเฉพาะทางค่ะ
-หมอหมาแมวเขาจะรักษาแต่หมาแมวเลยค่ะ เพราะแค่หมาแมวก็ละเอียดมากๆแล้วค่ะ
ดังนั้นหมอเขาน่าจะแนะนำให้พาไปหาหมอ exotic(รักษา นก งู กระต่าย เต่า บลาๆ) จะเฉพาะกว่า ละเอียดกว่าค่ะ
-ในทางกลับกัน หมอexotic ก็จะไม่ได้เชี่ยวชาญเท่าหมอหมาแมว ที่เจอแต่หมาแมวทั้งวันแบบเคสหนักๆ ถ้าเจอเคสหนักหมอเค้าก็จะไม่ได้เท่าหมอหมาแมวเหมือนกันค่ะ
-อาจจะมีหมอที่รับทั้งหมดก็ได้ค่ะ ถ้าคุณหมอเค้าเรียน และมีประสบการณ์ทึกด้านจริงๆ
-แต่ถามว่า รับเคสพวกนี้กันได้ไหม ถ้าไม่เฉพาะด้านจริงๆ ก็ทำได้แค่เบื้องต้นค่า 🙏
Replying to @NSaiwoothi97310
เข้าใจค่ะว่ารักษาฟรีไม่ได้ แต่บางทีเจอหมอใจดีก็มีนะคะ เช่นผ่อนได้ รักษาน้องให้ แต่บางที่ก็มีงงบ้าง เช่นเมื่อก่อนนกเอี้ยงเราเป็นแผลเหวอะ ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร เอาน้องหอบไปหาหมอ หมอบอกไม่รับ รับแต่รักษาหมาแมว งงมากกว่าค่ะ
น้อนขี้มูก retweeted
มีใครทำงานวิจัยยัง ว่าทำไมอาจารย์บุคลากรทางการแพทย์จึงมีแนวโน้ม conservative และกดขี่ข่มเหงนักศึกษาสูง
น้อนขี้มูก retweeted
Gentle hand supported a sleepy chin while sweet dark eyes looked up with endless devotion. 🥰
น้อนขี้มูก retweeted
4 พ.ย. 69 เคยสงสัยไหมว่าทำไมช่วงนี้หันไปทางไหนก็เจอตะโกนไอ ปาดน้ำมูก หรือลาป่วยกันเป็นแถบ ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชุมชน เปิดเผยว่า ช่วงเดือนพฤศจิกายนถือเป็น "ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล" (ปลายฝนต้นหนาว) ซึ่งเป็นช่วงที่โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจหลายชนิดแพร่ระบาดพร้อมกันอย่างรุนแรง
.
จากการตรวจสอบข้อมูลทางสาธารณสุข สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดระลอกการเจ็บป่วยรอบตัวในขณะนี้ เกิดจาก 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้
.
1. ฤดูกาลเปลี่ยนผ่านและฝุ่น PM2.5 ย้ำซ้ำ
ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง สภาพอากาศมีความชื้นสลับแห้ง ทำให้ไวรัสทางเดินหายใจแพร่กระจายในอากาศได้ดีขึ้น ประกอบกับพื้นที่กรุงเทพฯ และหลายจังหวัดเริ่มมีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สะสม ส่งผลให้ระเบียงเยื่อบุทางเดินหายใจเกิดการระคายเคือง ไวรัสจึงเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
.
2. ไวรัส 3 ชนิดแพร่ระบาดพร้อมกัน (Triple Threat) ไม่ได้มีแค่โรคหวัดธรรมดา แต่ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของไวรัสกลุ่มใหญ่พร้อมกัน ได้แก่
•โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) : สายพันธุ์ A และ B ซึ่งในปี 2569 นี้ กรมควบคุมโรครายงานตัวเลขผู้ป่วยสะสมพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องมากกว่าช่วงปีก่อนๆ
•ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) : กำลังระบาดหนักในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ โดยยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากช่วงปกติ
•โควิด-19 และไรโนไวรัส (Rhinovirus) : ยังคงหมุนเวียนก่อให้เกิดอาการหวัดแดดและไข้หวัดทั่วไป
.
3. พฤติกรรมถอดหน้ากาก-พื้นที่แออัด
หลังจากมาตรการควบคุมโรคผ่อนคลาย ประชาชนใช้ชีวิตในพื้นที่ปิดและห้องปรับอากาศ (เช่น ออฟฟิศ รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า) ร่วมกันมากขึ้นโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายผ่านละอองฝอยและการสัมผัสสิ่งของร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว
.
4. ภูมิคุ้มกันชั่วคราวลดลง
ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติหรือจากวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ประชาชนเคยได้รับเมื่อต้นปีเริ่มลดระดับลงตามกาลเวลา ส่งผลให้เมื่อได้รับเชื้อไวรัสในสภาพแวดล้อมรอบตัว จึงเกิดอาการป่วยได้ง่ายขึ้น
.
ข้อแนะนำและการดูแลตนเอง
•สวมหน้ากากอนามัย : เมื่ออยู่ในพื้นที่แออัดหรือต้องใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย
•ล้างมือบ่อยๆ : ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เพื่อลดการติดเชื้อ
•หากมีอาการป่วย : มีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือน้ำมูก ควรใส่หน้ากาก หยุดพักผ่อน และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
•กลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีน : แนะนำให้กลุ่ม 608 และเด็กเล็กรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปีเพื่อลดความรุนแรงของโรค
.
#onenews
#สำนักข่าววันนิวส์
น้อนขี้มูก retweeted
วันสุดท้ายของชีวิต คนไทยมีสิทธิเลือกอะไรบ้าง?
.
เมื่อความเจ็บป่วยไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ สิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้ายอาจไม่ใช่เพียงการยืดชีวิตให้นานที่สุด แต่คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความเจ็บปวด และได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี
.
ประเทศไทยมีระบบการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) คือ การดูแลที่มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว โดยลดความทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ การดูแลแบบประคับประคอง สามารถให้การรักษาควบคู่กับการรักษาหลักเช่นการรักษาโรคมะเร็ง ผู้ป่วยก็ยังได้รับการรักษาแบบมาตรฐาน เช่นการรับเคมีบำบัด การรับการรักษาการฉายรังสี โดยไม่ได้ไปจำกัดการรักษาที่ผู้ป่วยควรได้รับ แต่ในระยะท้ายที่สภาวะร่างกายของผู้ป่วยอาจไม่เหมาะสมกับการรักษาเดิม เช่น การรักษาเคมีบำบัด การรักษาแบบประคับประคอง จะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจตัวโรค เข้าใจการพยากรณ์ของโรค เข้าใจการรักษา และเข้าใจถึงผลประโยชน์ และความเสี่ยงจากการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจในการรับการรักษาได้ดียิ่งขึ้น
.
โดยการดูแลแบบประคับประคองจะคำนึงถึงความต้องการและความปรารถนาของผู้ป่วยและครอบครัวร่วมด้วยเสมอเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยสามารถดูแลได้ทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน รวมถึงมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า หรือ Living Will ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 เพื่อปฏิเสธบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการเสียชีวิตในวาระสุดท้าย ทั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธการดูแลทั้งหมด เพราะผู้ป่วยยังมีสิทธิได้รับการบรรเทาอาการและดูแลอย่างเหมาะสม
.
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กฎหมายไทยยังไม่ครอบคลุมการุณยฆาต ผู้ป่วยยังไม่สามารถมีทางเลือกยุติความทรมานจากอาการเจ็บป่วยที่ไม่อาจรักษาได้ รวมถึงไทยยังไม่มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการช่วยเหลือให้จบชีวิตโดยแพทย์ (Physician Assisted Suicide) อีกด้วย
.
การุณยฆาตคืออะไร?
.
“การุณยฆาต” เป็นการยุติชีวิตโดยเจตนาเพื่อให้พ้นจากความเจ็บปวดทรมาน ซึ่งกฎหมายเกี่ยวกับการุณยฆาตในแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันออกไป โดยหลักๆ การุณยฆาตจะมี 2 แบบ คือ การุณยฆาตเชิงรุก (Active Euthanasia) คือ การตั้งใจทำให้เสียชีวิต เช่น การฉีดยา, การุณยฆาตเชิงรับ (Passive Euthanasia) คือ การไม่ใช้เครื่องมือเพื่อช่วยยืดความตาย เช่น การถอดเครื่องมือออก หรือการปฏิเสธการรักษา
.
ขณะที่หลายประเทศเปิดทางเลือกเพิ่มเติมให้ผู้ป่วยภายใต้กฎหมายและเงื่อนไขที่ เข้มงวด เช่น
.
เนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศแรกในโลกที่การุณยฆาตถูกกฎหมาย โดยอนุญาตเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยระยะสุดท้ายทรมานจากอาการป่วยเท่านั้น
.
เบลเยียม ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และนักจิตวิทยา 2 คนขึ้นไป เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการยุติชีวิตของผู้ป่วย
.
อินเดีย อนุมัติกฎหมายการุณยฆาตในเชิงรับ อนุญาตให้ทีมแพทย์ยุติการรักษาแก่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายเท่านั้น
.
สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีกฎหมายอนุญาตให้ผู้ป่วยสามารถจบชีวิตของตัวเองด้วยความช่วยเหลือของแพทย์ และเป็นประเทศเดียวที่เปิดให้ชาวต่างชาติมาทำการุณยฆาตโดยมีแพทย์ช่วยเหลือ
.
สำหรับประเทศไทย การุณยฆาตและการช่วยให้ผู้ป่วยจบชีวิตยังไม่ใช่สิทธิที่กฎหมายอนุญาต แต่มีความเคลื่อนไหวผลักดันการพัฒนาระบบดูแลวาระสุดท้าย
.
โดย นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอกฎหมายตายดี ให้คนไทยทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกตายอย่างสงบโดยธรรมชาติได้ โดยสามารถปฏิเสธรับการรักษาที่มีเจตนาเพื่อยื้อชีวิตตนเองเกินความจำเป็นที่อาจนำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน (เช่น การสอดท่อหายใจ ใช้เครื่องปั๊มหัวใจ ฯลฯ) จึงเสนอแก้ไข พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 12 โดยเพิ่ม 2 มาตรา ได้แก่ 12/1 การดูแลประคับประคองต้องเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนไทยทุกคนโดยไม่ต้องร้องขอ และ มาตรา 12/2 สิทธิขอจบชีวิตตนเอง อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าว ยังอยู่ในระยะแรกเริ่ม ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชนกำลังพิจารณารายละเอียดควบคู่ไปกับการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจว่ามีกฎหมายลักษณะนี้กำลังถูกผลักดันอยู่
.
#การุณยฆาต
#onenews
#สำนักข่าววันนิวส์
น้อนขี้มูก retweeted
แฮกเกอร์โจมตีระบบเก็บเลือดในฝรั่งเศส เปลี่ยนค่าอุณหภูมิจาก -30°C เป็น 110°C (ไปเช็คมาแล้วจริง....)
Cyberattack ไม่ได้จบแค่การขโมยข้อมูลอีกต่อไป ล่าสุดแฮกเกอร์เจาะระบบควบคุมห้องเย็นที่ใช้เก็บตัวอย่างเลือดและพลาสมาสำหรับการให้เลือดผู้ป่วยในฝรั่งเศส
เหตุการณ์เกิดขึ้นคืนวันที่ 1–2 พฤศจิกายน 2026 โดยบริษัทที่ถูกโจมตีคือ Coolworld ผู้ให้บริการระบบทำความเย็นแก่ Établissement français du sang (EFS) หน่วยงานโลหิตแห่งชาติของฝรั่งเศส
แฮกเกอร์เข้าไปเปลี่ยนค่า Temperature Setpoint ของระบบจาก -30°C เป็น 110°C ซึ่งหากปล่อยไว้อาจทำให้ผลิตภัณฑ์เลือดเสียหายจนไม่สามารถนำไปใช้กับผู้ป่วยได้
แต่ต้องแยกว่า 110°C เป็นอุณหภูมิที่แฮกเกอร์ตั้งค่าไว้ ไม่ใช่อุณหภูมิจริงที่ยืนยันว่าตัวอย่างเลือดร้อนถึงระดับนั้น
โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติระหว่างเวรกลางคืน กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสระบุว่าเหตุการณ์ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน และยังไม่มีรายงานยืนยันว่าผู้ป่วยได้รับอันตราย
ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศในยุโรปก็เพิ่งเผชิญ Cyberattack ที่เล่นงานระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ต จนอาหารจำนวนมากเสียหายมาแล้ว
น่ากลัวที่ Operational Technology (OT) ระบบควบคุมอุปกรณ์ในโลกจริงสามารถกลายเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ได้
เมื่อก่อนเราพูดถึง Cybersecurity ก็มักนึกถึงข้อมูลรั่วหรือ Ransomware แต่ตอนนี้แฮกเกอร์สามารถเข้าไปยุ่งกับระบบที่ควบคุมอุณหภูมิ อุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญได้แล้ว
จากข้อมูลในคอมพิวเตอร์ สู่ความปลอดภัยของคนในโลกจริง
Source: Le Canard enchaîné (3 Nov 2026), Anadolu Agency (4 Nov 2026), CERT-FR
cert.cyber.gouv.fr/alerte/CE…
#Cybersecurity #Cyberattack #OTSecurity
This quoted post is unavailable.
น้อนขี้มูก retweeted
รีบทุกอย่างจนเป็นคนหัวร้อน เห็นใครทำอะไรช้าก็หงุดหงิด ชวนสำรวจตัวเองกับ 8 พฤติกรรม เสี่ยงเป็น โรคทนรอไม่ได้ แนะวิธีปรับจังหวะชีวิต ลดความเครียดก่อนกระทบสุขภาพ
เมื่อคืนนอนเร็วเลยตามไม่ทันดราม่าต้นทาง แต่เห็นคนโพสต์ผ่าน feed หลายคนก็พอจะเดาเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่อาจารย์แพทย์เลิกสอนนักศึกษาอีกมหาลัยนึงเพราะเห็นว่าเด็กมาเรียนน้อย
ข้อสรุปที่ใช้เป็นบทเรียนได้คือ
1. Handle unprofessional manner with professionalism
2. พึงควบคุม ego ของตนไว้ให้ดี อย่าให้ ego พองโตใหญ่เกินตัวครับ 🙂
หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในเล่มที่ชอบที่สุด เล่มเล็ก ๆ อ่านไม่ยาก ผมอ่านไปแล้วเกิน 10 ครั้ง
น้อนขี้มูก retweeted
เด็กรุ่นใหม่อ่านนาฬิกาเข็มไม่เป็นแล้วว
นี่มันกลายเป็นทักษะของคนยุคเก่าไปแล้วจริงดิ 55555
น้อนขี้มูก retweeted
เราสามารถแยกออกได้เลยว่านศมธคนไหนเรียนคณะสายอะไร ถ้าใส่ชุดนศมาเรียนทุกวันสายวิทสุขภาพ แต่ถ้าใส่ชุดนอน เสื้อยืด เสื้อบอล เกงช้าง ชุดไปรเวท ชุดแปลกๆ สายสังคมแน่ ยกเว้นบางพวกเบียวจะชอบใ่ส่สูทมาเรียนประจำ
ยังคาใจ มนุษย์ห้ามกินของอร่อยเยอะ ทั้งที่มีวิวัฒนาการมานานมากแล้ว ตั้งแต่เอาไม้แหลม แหย่กองไฟ ปิ้ง ย่าง ต้ม


























