burnoutguy retweeted
รพ.สมัยนี่เป็นอินเทนน่าจะเป็นวิธีที่เวิคสุด คือสตาฟนับเวรแยกกับอินเทิน มีสตาฟอยู่จริงทุกเวร อินเทินได้เรียนรู้, call for help ได้ ส่วนหนักไม่หนักไปซื้อขายเวรกันเองเอง
"ER มีสตาฟอยู่เวรแล้ว ไม่ต้องมี Intern ก็ได้"
เป็นประโยคที่ได้ยินมาตั้งแต่เรียนจบ และไม่ว่าจะได้ยินอีกกี่ครั้ง ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี
ไม่เคยเข้าใจว่า การที่ ER มีสตาฟอยู่เวรแล้ว มันเกี่ยวอะไรกับการที่ Intern ไม่จำเป็นต้องมาอยู่เวร ER ? แล้วแผนกอื่นไม่มีสตาฟอยู่เวรกันรึยังไง ?!
ส่วนตัวเป็น Intern ในยุคและในโรงพยาบาลที่ไม่มีสตาฟ ER คอย Cover ซึ่งพอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่า การที่เรากล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้า Resuscitate คนไข้ และมี Clinical Reasoning ที่เป็นระบบมากขึ้น ก็มาจากการได้วน ได้อยู่เวร และได้เจอคนไข้ใน ER เยอะๆ นี่แหละ
โดยเฉพาะช่วงก่อนไปเรียนต่อ ที่มีโอกาสได้วน ER 7-8 เดือนจาก 12 เดือน ซึ่งเป็นโอกาสทองของการฝึกฝนเลยก็ว่าได้
แต่การเรียนรู้แบบนั้นก็มีต้นทุน ทั้งความเครียด ความผิดพลาด และบางครั้งคนไข้ก็อาจต้องเป็นคนรับผลจากความผิดพลาดของเราที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ
การมีสตาฟ ER จึงไม่ควรมองเป็นเหตุผลที่ทำให้ Intern ไม่จำเป็นต้องมาวนหรือตัดลดเวร ER ลง แต่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้ Intern ได้เรียนรู้ใน ER อย่างปลอดภัยมากขึ้น
การมีสตาฟ ER ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีคนมาคอยสอน คอยจับมือ หรือ Cover ทุกเคสตลอดเวลา
แต่หมายถึงการมี "Safety Net" ที่เปิดโอกาสให้ Intern ได้คิดเอง ตัดสินใจเอง ประเมินและดูแลคนไข้เอง ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยมีคนที่มีประสบการณ์มากกว่าคอยให้คำปรึกษา ช่วยตัดสินใจในเคสยากๆ และป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเล็กๆ กลายเป็นความเสียหายใหญ่
เพราะการเรียนรู้ที่ดี ไม่ใช่การปล่อยให้ Intern ต้องเอาตัวรอดเพียงลำพัง และก็ไม่ใช่การที่สตาฟทำทุกอย่างแทนจน Intern ไม่ได้ฝึกอะไรเลย
ดังนั้น การที่ปัจจุบัน ER มีสตาฟมากขึ้น แล้วนำมาเป็นเหตุผลว่า Intern ไม่จำเป็นต้องมาวนหรือไม่จำเป็นต้องอยู่เวร ER มากเหมือนเมื่อก่อน ส่วนตัวกลับมองว่าเป็นดาบสองคม
เพราะสุดท้าย คนที่เสียโอกาสในการฝึก Clinical Decision-Making, Resuscitation และการดูแลผู้ป่วยวิกฤต ก็คือตัว Intern เอง
แต่ที่เจอมาคือ รพ จังหวัดแห่งนึง staff ER 7 คน ไม่ต้องอยู่ดึก“สักเวรเดียว” อยู่แค่เช้า บ่าย แบบเวรนึง มี staff ER 1-2 คน ที่เหลือoff ไม่มีstand by / on call ด้วยซ้ำ เวรดึกให้ int 1 คน รับจบหมด ออกเหตุ รับrefer รับใหม่ทุกเคส โคตรอุ฿
"ER มีสตาฟอยู่เวรแล้ว ไม่ต้องมี Intern ก็ได้"
เป็นประโยคที่ได้ยินมาตั้งแต่เรียนจบ และไม่ว่าจะได้ยินอีกกี่ครั้ง ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี
ไม่เคยเข้าใจว่า การที่ ER มีสตาฟอยู่เวรแล้ว มันเกี่ยวอะไรกับการที่ Intern ไม่จำเป็นต้องมาอยู่เวร ER ? แล้วแผนกอื่นไม่มีสตาฟอยู่เวรกันรึยังไง ?!
ส่วนตัวเป็น Intern ในยุคและในโรงพยาบาลที่ไม่มีสตาฟ ER คอย Cover ซึ่งพอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่า การที่เรากล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้า Resuscitate คนไข้ และมี Clinical Reasoning ที่เป็นระบบมากขึ้น ก็มาจากการได้วน ได้อยู่เวร และได้เจอคนไข้ใน ER เยอะๆ นี่แหละ
โดยเฉพาะช่วงก่อนไปเรียนต่อ ที่มีโอกาสได้วน ER 7-8 เดือนจาก 12 เดือน ซึ่งเป็นโอกาสทองของการฝึกฝนเลยก็ว่าได้
แต่การเรียนรู้แบบนั้นก็มีต้นทุน ทั้งความเครียด ความผิดพลาด และบางครั้งคนไข้ก็อาจต้องเป็นคนรับผลจากความผิดพลาดของเราที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ
การมีสตาฟ ER จึงไม่ควรมองเป็นเหตุผลที่ทำให้ Intern ไม่จำเป็นต้องมาวนหรือตัดลดเวร ER ลง แต่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้ Intern ได้เรียนรู้ใน ER อย่างปลอดภัยมากขึ้น
การมีสตาฟ ER ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีคนมาคอยสอน คอยจับมือ หรือ Cover ทุกเคสตลอดเวลา
แต่หมายถึงการมี "Safety Net" ที่เปิดโอกาสให้ Intern ได้คิดเอง ตัดสินใจเอง ประเมินและดูแลคนไข้เอง ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยมีคนที่มีประสบการณ์มากกว่าคอยให้คำปรึกษา ช่วยตัดสินใจในเคสยากๆ และป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเล็กๆ กลายเป็นความเสียหายใหญ่
เพราะการเรียนรู้ที่ดี ไม่ใช่การปล่อยให้ Intern ต้องเอาตัวรอดเพียงลำพัง และก็ไม่ใช่การที่สตาฟทำทุกอย่างแทนจน Intern ไม่ได้ฝึกอะไรเลย
ดังนั้น การที่ปัจจุบัน ER มีสตาฟมากขึ้น แล้วนำมาเป็นเหตุผลว่า Intern ไม่จำเป็นต้องมาวนหรือไม่จำเป็นต้องอยู่เวร ER มากเหมือนเมื่อก่อน ส่วนตัวกลับมองว่าเป็นดาบสองคม
เพราะสุดท้าย คนที่เสียโอกาสในการฝึก Clinical Decision-Making, Resuscitation และการดูแลผู้ป่วยวิกฤต ก็คือตัว Intern เอง
ที่เคยเจอตอนเป็นอินเทินคือดีนะ แน่รพ.ที่อยู่นี่ไม่รู้แหะ
burnoutguy retweeted
ที่รพมี 6 คนแล้วอยู่แค่เวรเช้ากับบ่าย ใส่ชื่อทุกคนลงเวรเช้าวันจันทร์-ศุกร์แบบมาทำงานวันละ 6 คน ส่วนเวรบ่ายนับเป็น extra นอกเวลาเดือนนึง6-8 เวร เวรดึกไม่ลง นอกจากมี intern ช่วยแล้ว บอกคนไม่พอให้เอา staff ทั้งรพ.มาหาร ระบบตลบตอแหลแบบนี้ กุลาออกเลยจ่ะใครจะโง่ช่วยหารก็เชิญ
burnoutguy retweeted
This you?
It's been a year and 1 month since you last scored a goal for Manchester United.
บวกลบเลขธรรมดา ก็ไม่น่าต้องรับมืออยู่แล้วนะ
ทำไมชั้นพึ่งมารู้ตอนโตว่ามีวิธีการนับเวลาย้อนหลัง-ล่วงหน้า แบบไม่ต้องมานั่งนับมือ…
เช่น พรุ่งนี้ไปหาหมอ 9 โมงเช้า ต้องงดอาหาร 12 ชั่วโมงก่อนไปตรวจ เราต้องงดอาหารตั้งแต่กี่โมง?
ตอบ หากเป็นตัวเลข 12 ชั่วโมง เราสามารถรู้ได้เลยว่ามันจะเป็นเวลาที่มีตัวเลขเดียวกัน ก็คือ เลข9 ซึ่ง 9โมงเย็นมันคือ 3 ทุ่ม คำตอบเลยคือ 3 ทุ่ม แค่นี้เลย 555555
burnoutguy retweeted
ก็ถ้าไม่อยากแต่งงานแล้วต้องกลายมาเป็น traditional wife ก็อย่าคาดหวังว่าผชต้องเป็น traditional husband ครับ ในที่สุดก็เข้าใจเรื่อง gender roles แล้วสินะ งานบ้านช่วยกันทำได้ครับ เหมือนค่าข้าวก็ช่วยกันจ่ายได้เหมือนกัน 🙂
Replying to @Petae_Lynch
ขนาดผู้ชายยังคาดหวังจะได้เมียมารีดผ้า ซักผ้า กวาดบ้านถูบ้านทำกับข้าวให้เลยอ่ะ ทำไมผู้หญิงจะคาดหวังให้ผู้ชายเลี้ยงข้าวไม่ได้อ่ะ ใครๆก็อยากมีแฟนเพื่อให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นกว่าตอนอยู่เป็นโสดป่ะ
ศาลายาตอนนี้เป็นไงไม่รู้ แต่แต่ก่อนทุกคนต้องมีจักรยาน
เห็นทวิตหลายอันอวดแฟน Green Flag = รวย สายเปย์อะ
ก็เลยแบบ โอเค ตอนนี้คำว่า Flag มันกลายเป็นอะไรไปหมดแล้วนะ วิวัฒน์ทางภาษาดี เพราะสมัยก่อน Red Flag มันต้องแบบเรื่องใหญ่มากๆ จนต้องออกจากความสัมพันธ์ทันทีเลย แต่ตอนนี้เหมือนแค่ เป็นธงที่ไม่โอเคแทน (เมื่อก่อนเหมือนจะมีแบบ Yellow Flag เป็นธงเตือนตัวเอ๊ะนิดนึง)
burnoutguy retweeted
ยังไงก็ยังรู้สึกว่าการจ่ายเงินแบบ contactless มันสะดวกกว่า QR หลายเท่าอยู่ดี คนไม่เคยใช้ในชีวิตประจำวันจะไม่เข้าใจ
burnoutguy retweeted
รีวิวทัวร์อียิปต์ 8 วัน 6 คืน หัวละ 9x,xxx บาท เที่ยวครบ จบทุกไฮไลต์
#อียิปต์
รถไฟเยอรมันแยกขบวนได้ 😱 ไปเที่ยวกับเพื่อนตอนไปแลกเปลี่ยนช่วงมหาลัย นั่ง night train จะไปเดนมาร์ก หลับสบายเลย ตื่นมาอยู่โปแลนด์ 555 ว้าวซ่า


























