อยากดูคอนนี้ต้องซื้อตั๋วยังไง
"Kassai (applause)" by Naomi Chiaki, covered by Fujii Kaze. OMG i did not expect to listen to Kaze covering Showa era pop in 2026.
Released in 1972 by Naomi Chiaki, "Kassai" tells a heartbreaking story of a singer performing on stage right after receiving news of her former lover’s death.
Naomi’s deep, soulful voice and expressive delivery turn this tragedy into pure art. It sold millions of copies and defines the golden era of Japanese Showa-era pop.
#FujiiKazePremaWorldTourInKaohsiung #PremaWorldTour_Kaohsiung
จุดเด่นอีกอย่างของวันโอคือ เพลงส่วนใหญ่ฟังง่าย เมโลดี้ดี ชวนร้อง ชวนฮัม ชวนโยกตาม อัลบั้มนี้เพิ่งปล่อยออกมาไม่กี่วัน มี Fever เป็นเพลงใหม่เปิดอัลบั้มให้เพลงนึง ที่เหลือเป็นรวมเพลงเก่าที่เปิดฟังไล่ทุกเพลงโดยไม่ต้องสคิปได้เลย
ช่วงนี้ทางวงน่าจะให้เวลากับการทำเพลงกันอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเพิ่งทัวร์บ้านเราไปเมื่อต้นปีนี้เอง เวลาเหมือนผ่านไปนานมาก
malimali retweeted
จากเมืองแห่งเกษตรอินทรีย์ อาหารปลอดภัย ออร์แกนิกแล้วกลายมาเป็นแบบนี้เพราะรัฐปล่อยปละละเลยให้โรงงานทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ฟังเสียงชาวบ้านน่ะ มีความมั่นคงทางอาหารสุดยอดไปเลย
นักวิชาการสิ่งแวดล้อมแนะ งดกิจกรรมชวนกินปลา ที่ปราจีน ชี้ พบอะลูมิเนียม 3.547มก.ต่อลิตร ขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่0.1-0.2
.
#มติชนออนไลน์
malimali retweeted
เพิ่งรู้ว่า เบื้องหลังเพลง #เพลิงพระนาง ปี 2017 บันทึกเสียงยิ่งใหญ่ขนาดนี้
ความพิเศษของเวอร์ชั่นนี้คือ การบรรเลงโดยวงออเครตรากว่า 60 ชีวิต โดยไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก สำหรับวงการละครโทรทัศน์ไทย
ส่วนเราชอบโอซากะ โอซากะมีอะไรให้ทำเยอะแยะเต็มไปหมดในเวอร์ชั่นที่เฟรนด์ลี่กว่าโตเกียวและเกียวโต
มีคนบ่นในตต.ว่าไปญป.แบบเที่ยวเองครั้งแรกที่โอซาก้า 5 วันแล้วไม่ชอบเลย ทำไมคนชอบไปญป.กันจัง คืองี้นะแก ขนาดชั้นผู้รักญป. ยังไม่ชอบโอซาก้าเลย 🤣 ยิ่งไปครั้งแรกคือไม่แนะนำโอซาก้าอ่ะ ไปทำไร 5 วันคือเยอะไป๊ ไม่แปลกที่จะอ่อม สำหรับนี่ โอซาก้าคือทางผ่านไปเกียวโตแค่นั้น
ถ้าอยากมี first impression ที่ดีควรเริ่มที่โตเกียว ไม่ก็เกียวโต แต่ถ้าไป 2 เมืองนี้แล้วยังไม่ชอบก็แปลว่าญป.ไม่ใช่ทาง ก็ไม่แปลก เพราะเราก็ไม่อยากไปเกาหลีอีกเลย พอไม่ได้ติ่งก็คือเบื่อ 🤣
malimali retweeted
อันนี้งง เพราะต้นโพสต์ เขาบอกว่า “อาหารที่จัญไรต่อสุขภาพ”
ซึ่ง sourdough มันไม่น่าจะเข้าข่ายนะ555555 และเหตุผลที่บอกว่ามันไม่ดี เพราะมันคือคาร์บล้วนก็ประหลาด
เพราะมันเป็นคาร์บมาตั้งแต่แรก กินคาร์บไม่หวังคาร์บแล้วหวังอะไรอะ โปรตีนเหรอ5555
malimali retweeted
ถ้าซาวร์โดจ์แย่เพราะคาร์บล้วน ก็คงไม่ต้องกินข้าวกินเส้นกินขนมปังอื่นๆ อะไรอีกแล้วล่ะมั้ง
malimali retweeted
น้องหมุกูดแมสเพราะแม่เป็นบ้ารู้สึกผิดที่พาไปบริจาคเลือด566665555 ฮีโร่ตัวอ้วนของแม่ ถ้าคิดในมุมว่า ได้ต่อชีวิตพี่แมวตัวนั้น ได้โอกาสตรวจเลือดตรวจสุขภาพประจำปีมันก็ดีนะ ดีมากๆ ด้วย แต่ในมุมแม่แมวอ่า ชั้นเสียใจรู้สึกผิดจริงๆ ที่พาลูกไปเจ็บหลายเข็ม
malimali retweeted
เดินผ่านโต๊ะรปภ. ตอนไปรับข้าว ได้ยินไดอะลอคจากมือถือที่แกเปิดละครแนวตั้ง
เป็นเสียงผู้หญิงพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส "เป็นขยะก็ต้องรู้ตัวว่าเป็นขยะสิคะ"
เออ น่าติดตามขึ้นมาเลย เรื่องแนวไหนเนี่ย!
malimali retweeted
31 ตุลาคม 2549 มรณกรรมของ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’
วันนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่สะพานลอยคนข้าม หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ริมถนนวิภาวดีรังสิต มีผู้พบศพชายสวมเสื้อยืดสีดำสกรีนข้อความของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) ข้อความว่า
“อันประชา สามัคคี มีจัดตั้ง
เป็นพลัง แกร่งกล้า มหาศาล
แสนอาวุธ แสนศัตรู หมู่อันธพาล
ไม่อาจต้าน แรงมหาประชาชน”
พร้อมกับกระดาษ 1 แผ่น เขียนข้อความไว้บนพื้นว่า ‘อดีตคนขับรถแท็กซี่พลีชีพเพื่อประชาธิปไตยและลบคำสบประมาทรองโฆษก คปค.ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้ (ปราบเผด็จการ)’
นั่นคือศพของ นวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ อดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้ที่ตัดสินใจ ‘พลีชีพ’ เพื่อประชาธิปไตย เพราะไม่อยากเห็นการรัฐประหารเกิดขึ้นในประเทศนี้อีก
1 เดือนก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2549 ชื่อของนวมทอง ไพรวัลย์ ปรากฏบนข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ภายหลังเขาตัดสินใจขับรถแท็กซี่ โตโยต้า โคโรลลา สีม่วง พุ่งเข้าชนรถถังเบา รุ่น M41 ที่จอดอยู่ข้างสวนอัมพร บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ภายหลังการรัฐประหารของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เพื่อยึดอำนาจรัฐบาลของ ทักษิณ ชินวัตร
บริเวณฝากระโปรงท้ายรถแท็กซี่ของนวมทองเขียนคำว่า ‘พลีชีพ’ และบริเวณด้านข้างประตูรถเขียนตัวหนังสือไว้ว่า ‘พวกทำลายประเทศ’ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงซ้ายหัก คางแตก ปากแตก และตาซ้ายบวมเป่ง ก่อนอาการจะดีขึ้นในเวลาต่อมา
นวมทองให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า กระทำไปเพื่อความถูกต้อง และรู้สึกว่าอยู่ดีๆ ทหารจะนำรถถังออกมาวิ่งแบบนี้ไม่ได้ รวมถึงการที่ประชาชนนำดอกไม้ไปมอบให้ทหารนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ
ในเวลาต่อมา พันเอก อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ให้สัมภาษณ์ว่า คงไม่มีคนไทยคนใดที่มีอุดมการณ์สูงถึงขนาดต้องทำร้ายตัวเองโดยการทำลายชีวิตเพื่อประชดหรือเรียกร้องให้ต่อต้านคณะรัฐประหาร
ภายหลังการให้สัมภาษณ์ของพันเอกอัคร นวมทองได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งกับ จอม เพชรประดับ ทางสถานีโทรทัศน์ ITV ยืนยันเจตนาว่าต้องการ ‘พลีชีพ’ เพื่อประชาธิปไตย
“บ้านเมืองมันไปถึงไหนกันแล้ว มันไม่ควรมีการปฏิวัติเกิดขึ้น ระหว่างขับรถแท็กซี่ ผู้โดยสาร 10 กว่าราย ไม่มีใครชอบทั้งนั้น ต่อต้านทั้งนั้น ในใจก็คิดว่าลุงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อต่อต้าน ยิ่งคุณไปปิดข่าวชาวบ้านว่ามีแต่คนสนับสนุน เอามาถ่ายเป็นแบ็กกราวนด์อะไร มันไร้สาระสิ้นดี
“ต้องการให้โลกรู้ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ว่าปฏิวัติครั้งนี้มีแท็กซี่ชนรถถังจนกระทั่งตัวตาย ลุงบอกตรงๆ ว่า ลุงไม่อยากจะอยู่ใต้อำนาจเผด็จการ แต่ประเทศเรา ถ้าปฏิวัติอีก มันก็เหมือนกับพม่า”
ในที่สุด นวมทองก็ตัดสินใจกระทำอัตวินิบาตกรรมเพื่อลบคำสบประมาทของโฆษก คปค. และทำให้เห็นว่าตัวเขาตั้งใจพลีชีพเพื่อประชาธิปไตยจริง
มีการตั้งอนุสรณ์ขนาดเล็ก และมีการจัดงานรำลึกถึงนวมทองที่บริเวณสะพานลอย หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐทุกปี
“เหตุผลที่ผมเลือกวันสุดท้ายของเดือนตุลาคมเป็นวันพลีชีพ เพราะเดือนนี้เป็นเดือนที่วิญญาณของวีรชนที่สถิตอยู่ที่อนุสรณ์สถานฯ ที่ผมทำการพลีชีพนี้ ได้เรียกร้องกระทั่งได้มาซึ่งประชาธิปไตย และวิญญาณของผมก็จะสถิตอยู่กับเหล่าวีรชนแห่งนี้ตลอดไป
“และขอยืนยันว่าปฏิบัติการทั้งสองครั้งทำด้วยใจ ไม่มีใครจ้าง สุดท้ายขอให้ลูกๆ และภรรยาจงภูมิใจในตัวพ่อ ไม่ต้องเสียใจ ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก” ท่อนหนึ่งในจดหมายที่นวมทอง เขียนไว้ในจดหมายลาตายของเขา
#TheMomentum #19กันยา #รัฐประหาร #ลุงนวมทอง
malimali retweeted
เคยเจอขาไปทำงาน มีน้องคนนึงสะกิดคนที่นั่งอยู่ว่าขอนั่งได้มั้ยหนูจะเป็นลม คนนั้นก็รีบลุกให้ แล้วคนรอบข้างก็พัด+ยื่นยาดม แต่น้องบอกว่ายังพอไหว คนก็ดูไม่สนใจอะไรต่อจนถึงสยามน้องลุก มีผญเดินประชิดตัวเลยถามว่าจะต่อหรือจะลงหรือจะไปไหน พี่จะเดินไปด้วย (กลัวเป็นลมกลางทาง) ทุกคนช่วยกันมาก
ล่าสุด 2-3 วันที่ผ่านมา
ขึ้นบีทีเอส สยาม มุ่งหน้าคูคต ช่วงเวลาเย็นเลิกงาน วัยทำงาน ผู้คนหนาแน่นในโบกี้นั้น
ต่างคนไม่สนใจกัน ต่างคนเล่นมือถือ
มีพี่ผู้ญ คนนึง น่าจะกำลังรู้ว่าจะเป็นลม เพราะแกเริ่มนั่งกับพื้น แล้วยืดขา
1. พี่คนข้างๆถามว่าไหวไหม พร้อมหยิบยาดม
2. น้อวคนข้างๆ เอาพัดลมพกพา ส่องพี่แก
3. อีกคนนึงบอกว่า ช่วยขยับ ขอพื้นที่ พร้อมในมือเอาแฟ้มเอกสารพี่พกมา พัดให้พี่แกด้วย
4. อีกคนกดเรียกขอความช่วยเหลือ แจ้งให้ นายขบวนทราบ
พอถึงหมอชิต รปภ เข้าชาจ พร้อมรถเข็นทันที
เราชอบตรงที่ คนไทยอ่ะ ยังไงก็ช่วยอยุ่ละ ทุกคนเหมือนไม่ใส่ใจ แต่พอเกิดเหตุการณ์คับขัน ก็พร้อมทันที ไม่ใช่แค่ 1 แต่เหมือนทีม
อเวนเจอร์คือพร้อมมาก 🫶🫶

























